วันอังคารที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

วิจารณ์และคอมเม้นต์กันแบบสุดใจกับ Toyota Vios 2013 : สวยแต่รูป จูบไม่หอม

  ก่อนอื่นเราต้องบอกกล่าว ณ ตอนนี้เลยว่า ของอะไรที่ดีเราก็ต้องชื่นชมอยู่แล้ว ของที่เราไม่ปลื้มหรือมีอะไรที่ไม่ดีเราก็ต้องด่าเป็นธรรมดา แปลว่าเราต้องมาด่าหรือมาชมรถรุ่นใดรุ่นหนึ่งเป็นแน่นอน ถูกต้องครับ เราจะมาวิจารณ์และคอมเม้นต์กันแบบสุดใจกับรถเล็กคันเก่งของค่าย Toyota นั่นคือ Toyota Vios นั่นเองครับ มาเริ่มกันเลย
   ตลาด B-Segment ในปี 2557 ถือเป็นเวลาที่น่าจับตามองเพราะมีของใหม่ส่งมาเปิดตัวสำคัญๆอยู่ 2 ตัว นั่นคือ Honda City และ Honda Jazz ใหม่ ซึ่งแน่นอนงานนี้ Honda เล่นดันออปชั่นใส่เข้าไปใน 2 B-Segment ยอดนิยมจนค่ายอื่นยังต้องเงิบ โดยเฉพาะคู่กัดอย่าง Toyota ที่ได้รับแบบเต็มๆ จนต้องปล่อย Vios TRD Sportivo ออกมาแก้หมัดกันซะหน่อย แต่ก็ยังช่วยอะไรไม่ได้ ต่อให้มีพรีเซนเตอร์เป็นพระเอกสุดฮอต เจมส์ จิรายุ ก็ตามทีเถอะ เอาละมาเริ่มการด่า เอ๊ย! การวิจารณ์ตั้งแต่หัวจรดหางเลยครับ
   ว่ากันก่อนที่หน้าตาของรถเลยดีกว่า ต้องยอมรับว่าเจ้า Vios โฉมล่าสุดนี้มันออกแบบมาให้หล่อโดนใจผู้เขียนมากจริงๆ แตกต่างจากโฉมที่แล้วโดยสิ้นเชิง โฉมที่แล้วมันดูตุ่นๆทำให้บางคนเรียกว่า Vios เห็บหมา ซึ่งในรุ่นใหม่สามารถลบภาพลักษณ์เชยๆเก่าๆออกได้หมดจริงๆครับ แน่นอนมันดูหล่อมีราศีขึ้น แต่แน่นอนหน้าตาดีแต่เนื้อในอาจจะคนละอย่างก้ได้ ค่อยว่ากันทีหลังละกันนะ

ต่อดีกว่า หน้าตาของรถนั้นมันได้รับแนวการออกแบบที่เรียกว่า Keen Look ด้วยกระจังหน้าทรงดุดัน และมากับเส้นสายที่เรียบง่ายและดูไม่เบื่อตา ด้านท้ายรถก็ออกแบบได้ดูดีพอสมควร แต่ขัดใจตรงฝากระโปรงท้ายที่ออกแบบมาซะเหมือน Honda Brio Amaze มันดูแปลกไปนิดๆ และด้านท้ายที่มีอิทธิพลหรือกลิ่นของ Vios ตัวเก่าอยู่ลางๆ มันเหมือนกับการเอาไฟท้าย Vios ตัวเก่ามาทำให้ย้อยลงยังไงยังงั้น ล้ออัลลอยที่ติดมาให้นั้นในตัวท็อป S จะได้ 16 นิ้ว เอาล้อจาก Toyota Vitz/Yaris โฉมญี่ปุ่นมานั่นเอง น่านไง ลดต้นทุนได้ละ ส่วนล้ออัลลอยในรุ่น E,G จะได้ 15 นิ้ว ส่วนรุ่น J จะเป็นล้อกระทะพร้อมฝาครอบ 15 นิ้วและสิ่งที่ทำให้เราชอบใจก็คือ การที่ Toyota ใส่ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์มาให้ เป็นรายเดียวในเมืองไทย! ที่ติดมาให้ โดยติดมาให้ในรุ่น G และ S ครับ

ก่อนอื่นบอกไว้เลย เบื้องหลังความหล่อของมัน เจ้าคันนี้ไม่ธรรมดาเพราะมันลดต้นทุนการแบบสุดซอย คืออะไรที่มันคิดว่าไม่จำเป็นก็ตัดออกซะ และยังเพิ่มราคาซึ่งมากับเหตุผลในใจที่ผู้เขียนขอเดา ของใหม่ดีขึ้น ย่อมขึ้นราคาเป็นธรรมดา รถคันนี้มันสร้างขึ้้นบนพื้นฐานตัวเก่า นี่ก็ลดต้นทุนได้ละ อีกจุดที่ภายนอกมีการลดต้นทุนคือโลโก้ท้ายรถ ปกติในรุ่น J จะมีการติดโลโก้บอกด้วย แต่รุ่นนี้ ไม่มีครับ!

   ว่ากันที่ภายในของรถดีกว่าครับ ภายในรถออกแบบได้ดูดีกว่าเดิมพอสมควรเลยละครับ การปฏิวัติภายในครั้งสำคัญอยู่ที่การย้ายหน้าปัดจากตรงกลางกลับมาที่ตรงพวงมาลัยเหมือนค่ายอื่นๆซักที สิ่งที่แปลกและแหวกแนวในตอนเปิดตัวก็คือ การขึ้นลายหนังเย็บตรงคอนโซลหน้าที่ให้อารมณ์หรู แม้ว่าเราจะรู้ว่ามันเป็นของปลอม แต่มันก็ยังดูดีอยู่นะ และความเลวร้ายของมันก็ได้บังเกิดขึ้นตรงมาตรวัดของรถ มันมีดีตรงที่ตัวเลขชัดเจนอ่านง่าย แต่ความเลวร้ายของอยู่ตรงลักษณะหน้าปัดครับ พื้นของหน้าปัดมันชวนให้เรานึกถึงสเกลของไม้บรรทัดของเด็กๆ และชวนให้นึกถึงการเอากระดาษปริ๊นมาตัดทรงกลมแปะหน้าคอนโซล ซึ่งเป็นสิ่งที่อยากจะติแบบสุดซอย ขอหยาบนะ มึงจะลดต้นทุนไปไหนฟระ ตรงๆเลยมาตรวัดรุ่นเดิมยังสวยกว่าเลย

และอีกจุดที่หลายคนบ่นกันก็คือพลาสติกที่ใช้ทำปุ่มที่ปัดน้ำฝน ก้านต่างๆตรงพวงมาลัยอะไรที่เป็นพลาสติกแบบไหนไม่รู้ที่มีหลายท่านบ่นว่า เราจะทำหักคามือมั้ยเนี่ย และอีกความเลวร้ายของภายในรถก็คือ เข็มขัดนิรภัยแบบปรับระดับสูง-ต่ำ อุปกรณ์มาตรฐานที่ต้องติดในรถปี 2010 เป็นต้นไป ของดีๆแบบนี้จะตัดออกทำไมครับ เพราะเหตุผลเดียว "ลดต้นทุน" อะไรที่ดีๆ ไม่คิดจะเก็บหรือยังไง อะไรต้องคิดลดต้นทุน ค่ายนี้ตลอดเลย

และอีกจุดหนึ่งที่ควรตำหนิ และไม่ใช่แค่รุ่นนี้ รุ่นอื่นๆที่อยู่ต่ำกว่า Camry ทั้งหลาย นั่นก็คือ เรื่องแอร์อัตโนมัติครับ ทำไมละครับ เพราะแอร์ของรถพวกนี้ มันไม่ยอดติดลมไล่ฝ้าหรือฮีตเตอร์มาให้ บางคนอาจบอกว่าไม่จำเป็น แต่ไม่ใช่ครับ เจ้าตัวที่ว่า มันคือตัวที่ทำให้เราสามารถปรับอุณหภูมิภายในรถได้จริงๆ ครับ ซึ่ง Toyota กลับเลือกที่จะตัดมันออกไป WTF แกคิดอะไรของแกฟระ ผู้บริโภคไม่ได้โง่นะครัส! บางครั้งนี่อาจเป็นความคิดของนายญี่ปุ่นที่อาจคิดว่า "มันไม่จำเป็น" นายญี่ปุ่นทั้งหลาย พวกท่านลงมาขับทดสอบรถในไทยสิครับ แนะนำให้ขึ้นเหนือ แล้วจะรู้ว่าฮีตเตอร์มันสำคัญแค่ไหน และการที่ตัดระบบควบคุมอุณหภูมิในรถแอร์อัตโนมัติที่รุ่นต่ำกว่า Camry ทั้งหลาย คิดยังไงครับ ก็เท่ากับว่าเราปรับยังไงอุณหภูมิก็เท่าเดิมไง แล้วจะใส่ระบบแอร์ออโต้มาทำหอยอะไรละครับ นับเป็นความเลวร้ายที่ Toyota ควรนำกลับไปคิดและแก้ไขอย่างด่วนด้วย 
   
   ส่วนในเรื่องการไม่มีจอสัมผัสมาให้เหมือนชาวบ้านนั้น แรกเริ่มเดิมทีเราคิดว่า ตอนที่ Toyota เปิดตัว ยังไม่มีคู่แข่งรายไหนติดมาให้ Toyota มันเลยยังไม่ใส่มาให้ และก็เป็นความประมาทจริงๆครับ และที่ทำให้เราขัดใจก็คือ ในรุ่นที่จำหน่ายในมาเลเซียกลับมีจอภาพสัมผัสมาให้พร้อมเลย แบบนี้คงต้องเรียกว่า ลดสเปก กั๊ก Option แล้วละครับ แต่ยังไงก็ไม่ว่าเพราะ มันเป็นความประมาทและเป็นไฟท์บังคับที่ต้องเปิดตัว ณ เวลานั้น ทั้งๆที่ตนควรจะรอคู่แข่งเปิดมาแล้วนำจุดดีมาใส่ในรถของตน


      มาพูดเรื่องเครื่องยนต์กันบ้างดีกว่าครับ แน่นอนว่าสิ่งนี้เป็นการลดต้นทุนอีกแล้วครับท่าน เพราะมันยังคงใช้เครื่องยนต์ตัวเดิมที่ใช้ตั้งแต่ Soluna Vios แล้ว คือแบบว่ามันเก่าและเริ่มล้าหลังแล้ว ไม่คิดจะเปลี่ยนเหรอ แต่มันก็มีดีที่ความทน ซ่อมง่าย หาอะไล่ได้แพร่หลาย เครื่องยนต์ 1NZ-FE 1.5 ลิตร มากับพละกำลัง 109 แรงม้าที 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 141 นิวตัน-เมตรที่ 4,200 รอบ/นาที และด้วยความที่ตัวรถมันหนักขึ้น ใหญ่ขึ้น เลยทำให้หลายคนที่ใช้บอกว่ามันกินน้ำมันมากกว่าเดิม ซึ่งอันที่จริงแล้วมันไม่ใช่อย่างที่คิดครับ ขอแนะนำว่าให้ลองไปอ่านบทความทดสอบ Vios ของเว็บหัวไฟ แล้วท่านจะรู้ครับ อัตราสิ้นเปลืองของรถคันนี้จะอยูแถว 14-15 กม./ลิตร ซึ่งก็ขึ้นอยู่การขับของแต่ละท่านด้วย หากท่านชอบขับรถในเมือง เจอรถติดบ่อยๆ และขับเร็วๆแบบฟึดฟัดๆ อัตราสิ้นเปลืองจะไม่มีวันเป็นเลขสองหลักแน่นอน ระบบส่งกำลังยังคงมากับเกียร์ธรรมดา 5 สปีดและเกียร์โบราณอัตโนมัติ 4 สปีดที่ควรปลดมันออกได้แล้วนะครับ


   มาพูดถึงระบบความปลอดภัยเลยดีกว่า ความเลวร้ายของมันอยู่ตรงที่ว่า ระบบเบรก ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD ที่ควรเป็นมาตรฐานในรถทุกๆคัน ทำไมกลับถูกตัดใน Vios ตัว J ไปได้ อย่ามาคิดว่าลดต้นทุนเลยครับ ค่ายอื่นเขาก็ให้มา ก็ควรให้เหมือนเขา ไม่ใช่เอะอะตัดสเปก นอกนั้นก็จะเป็นมาตรฐานเหมือนกันทุกรุ่น ถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS ไล่ฝ้ากระจกหลัง เข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติ กุญแจนิรภัย Immoblizer แต่ถ้าเอามาเทียบกับ Honda นี่ คนละเรื่องครับ เพราะ City ตัวท็อป เขามีถุงลม 6 ตำแหน่ง มี VSA HSA ESS กล้องมองหลังเยอะแยะเต็มไปหมด แต่ราคา Toyota ไม่ได้ต่างอะไรจาก City เลย บางรุ่นมีของน้อยกว่า City แต่เ_ือกขายแพงกว่าอีก อย่างนี้ Toyota ว่าไงครับ

    มาที่ราคาของรถกันบ้าง หลังจากที่เห็นราคาของ City แล้วกลับมาดูราคา Vios อีกที กลายเป็นว่า Toyota ตั้งราคาได้แพงไปและไม่สมกับของเล่นที่ติดมาให้เลยครับ ใครเห็นด้วยบ้างเอ่ย เริ่มด้วยรุ่นแรก J M/T ราคา 559,000 บาท,รุ่น J A/T ราคา 589,000 บาท,รุ่น E M/T ราคา 614,000 บาท,รุ่น E A/T ราคา 649,000 บาท,รุ่น G A/T ราคา 699,000 บาท และรุ่น S A/T ราคา 734,000 บาท บอกเลยตัวท็อปราคาเท่า City SV เลย แต่ได้ของเยอะกว่านี้อีกเพียบ แล้วหลังจากที่ผู้เขียนพิจารณาดูดีๆ รุ่นท็อปของ Vios ก็คือ S A/T มันมีออปชั่นภายในพอๆกับ City V A/T ของ Honda เลย ระบบความปลอดภัยยังน้อยกว่า City ด้วย อายมั้ยครับ?

   สรุปเลยละกัน...Toyota Vios รุ่นใหม่นี้ ยังมีอะไรที่ต้องปรับปรุงอีกเพียบกันเลยทีเดียว ขอบอกว่าโฉมใหม่นี้ รู้สึกเหมือน Toyota จะสักแต่ว่าทำออกมาเพื่อขายให้กับผู้บริโภค อาศัยความสดใหม่และเกมการตลาดในการแข่งขันกับค่ายคู่แข่ง ซึ่งเป็นอะไรที่ดูขัดใจไปนิด เพราะ Toyota เล่นลดต้นทุนแบบสุดๆโดยคิดว่ายังไงมันก็ขายได้อยู่แล้ว และการคิดแบบนี้นี่เอง ทำให้ในปีนี้ Honda City ตัวใหม่ ได้กลับมาครองยอดขายอันดับ 1 ของ B-Segment หลังจากห่างหายจากตำแหน่งกว่าทศวรรษ  ก็เห็นสมควรครับ ให้มันรู้บ้างว่า การกั๊กสเปกและลดต้นทุนมันเป็นยังไง ฉะนั้นเราหวังว่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นกว่าเดิมนะครับ ใน Vios ไมเนอร์เชนจ์เราคาดหวังว่าจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ และเชื่อว่า Toyota ต้องทำแน่นอน ไม่งั้นโดน City กินเรียบ ฉะนั้นเจอ City แบบนี้ Toyota ทำอะไรไม่ถูกแน่ ฉะนั้นเราจะมาลองแนะนำสิ่งที่ควรเพิ่มเติมใน Vios ตัวปรับโฉมครับ

- รุ่น J รุ่นนี้ควรเพิ่มระบบเบรก ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD มาได้แล้วนะ เพิ่มลำโพงเป็น 4 ตัว
- รุ่น E รุ่นนี้จัดออปชั่นลงตัวสุดแล้ว แต่ก็ขอแนะนำให้ติด Pust Start และ Smart Entry มาให้ตั้งแต่รุ่นนี้จะดีมากครับ ขอเข็มน้ำมันดิจิตอลมาเลยรุ่นนี้
- รุ่น G รุ่นนี้ต้องเพิ่ม Pust Start และ Smart Entry มีจอสัมผัสมาให้ (และขอจอสัมผัสรุ่นดีๆมีคุณภาพด้วย)
เข็มน้ำมันดิจิตอล
- รุ่น S ตัวท็อปสุด รุ่นนี้ต้องเพิ่ เข็มน้ำมันดิจิตอล ทางที่ดีน่าจะมี Paddle Shift มาให้ขับสนุกนิดนึงก็ดีครับ รอระบบควบคุมการทรงตัว VSC ติดมาให้ด้วยจะดีมาก
   ***และที่สำคัญ ทุกรุ่นควรเปลี่ยนเครื่องยนต์บล็อกใหม่ เปลี่ยนเกียร์ใหม่ และทำให้รองรับ E85 ได้ด้วย มาตรวัดไปออกแบบให้สวยๆกว่านี้ ขอแบบมีมิติหน่อย ไม่เอาแบบกระดาษปริ๊นแบบนี้ เข็มน้ำมันที่เป็นดิจิตอล จงเอากลับมาด้วย และอีกอย่างหนึ่งคือ เข็มขัดปรับสูง-ต่ำ จงเอากลับมาด้วย ระบบปรับอากาศอัตโนมัติจงติดลมไล่ฝ้ามาให้ (ไม่ใช่รุ่นนี้รุ่นเดียว ควรมีทุกรุ่นทุกคันที่ขายอยู่ แอร์มือหมุนไม่ติดไม่ว่า)

   ทั้งหมดนี้ก็คือการวิจารณ์และคอมเม้นต์กันสุดใจ บอกเลยครับ "ผมไม่ได้มีอคติต่อค่าย Toyota" และไม่เคยคิดเข้าข้างค่ายใดค่ายหนึ่ง ค่ายรถทุกค่ายย่อมมีดีและแย่ มีด้านบวกก็ต้องมีด้านลบ ไม่ได้ดีเลิศเลอเพอร์เฟกต์อะไรหมด อะไรก็ตามที่มันไม่ดี เราก็ต้องติเพื่อให้นำไปปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น สิ่งไหนที่ดีเราก็ต้องชื่นชม อะไรที่แย่เราก็ด่า ด่าเพราะความหวังดี เพราะความรัก ไม่งั้นเราไม่ทำครับ ค่าย Toyota ถือเป็นแบรนด์ในหัวใจผู้เขียนเลย หากคิดจะซื้อรถก็ต้องคิดถึงเจ้ายี่ห้อนี้ก่อน รถใหม่ๆแต่ละคันก็ทำออกมาสวยงาม ฉะนั้นสิ่งที่ผู้เขียนได้กล่าวไว้หวังว่า ค่ายสามห่วง ควรเอาไปปรับปรุงใหม่ครับ แต่ถ้าไม่คิดเรื่องพวกนี้ รถ Vios คันนี้ก็ถือเป็นทางเลือกที่น่าใช้รุ่นหนึ่ง
แนะนำ ติชม แสดงความคิดเห็น และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแฟนเพจ Cars New Update ที่นี่!!
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น