วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

เปรียบเทียบมวยคู่เดือด ตอนที่ 1 Toyota Yaris VS. Suzuki Swift

  หากพูดถึงรถ Eco Car ตอนนี้ ก็ไม่มีคันไหนที่ฮิตไปกว่า Toyota Yaris ที่กำลังเป็นที่กล่าวขานกันตอนนี้ ด้วยความเป็นอีโคคาร์คันสุดท้ายในโครงการอีโคคาร์ เฟสแรก ซึ่งได้ทำการเปิดตัวไปเมื่อ 22 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยทางโตโยต้าได้ตั้งเป้าขายไว้สูงถึง 4,000 คันต่อเดือน ล่าสุดตอนนี้ก็มียอดค้างส่งกว่า 8,000 คันแล้ว ซึ่งโตโยต้ายังต้องสู้กับคู่แข่งอีกหลายรุ่น แต่ที่น่าสนใจก็คือ Suzuki Swift เพราะงานนี้ Toyota ต้องการสู้กับ Suzuki Swift จ่าฝูงอีโคคาร์ท้ายตัดในขณะนี้  เราลองมาเปรียบเทียบตัวรถกันดูครับว่ามันจะต่างกันอย่างไรบ้าง
Toyota Yaris

Suzuki Swift
   Toyota Yaris ก็เคยทำตลาดในระดับรถ B-Segment ที่มีคู่แข่งอย่าง Jazz Fiesta และ 2 ซึ่งไม่รู้ทำไมโตโยต้าขาย Yaris ไม่ค่อยออก จึงน่าจะเป็นที่มาของการพลิก Yaris ใหม่ให้เป็นอีโคคาร์ แต่ตัวถังยังอยู่ในระดับ B-Segment ซึ่งเป็นอีโคคาร์คันสุดท้ายในโครงการอีโคคาร์ 1 ซึ่งสัญญาณของการขายดี ก็เริ่มแล้วด้วยยอดจองสะสมเลขสวยๆที่ 8,000 คันครับ
ชื่อเสียง
   Suzuki เคยทำตลาด Swift ในฐานะรถ B-Segment ธรรมดาที่นำเข้ามาจากอินโดนเซีย ทำให้มีราคาสูงเล็กน้อย แต่ก็ได้ยอดขายแบบมีน้ำมีเนื้อไปบ้าง แต่พอรุ่นใหม่นั้นมาผลิตในไทย มาตั้งโรงงานในประเทศ และทำตลาดในฐานะอีโคคาร์ ทำให้ได้ใจลูกค้า จนยอดจองยาวข้ามปีกันเลยทีเดียวครับ และกระแสความแรงก็ยังแรงมาจนถึงทุกวันนี้ ยอดขายติด Top 3 ในตลาดกลุ่มนี้อยู่ตลอด
   หน้าตาของรถพลิกโฉมจากรุ่นเดิมโดยสิ้นเชิง แทบจะใหญ่ขึ้นในทุกมิติ กลายเป็น ECO CAR ที่ใหญ่สุดในตลาด มากับรูปลักษณ์สปอร์ตรอบคัน หน้าตาแนว Keen Look ซึ่งเป็นเอกลักษณ์การออกแบบของ Toyota รุ่นใหม่ๆ
รูปร่างหน้าตา
   หน้าตาของ Suzuki Swift ยังมากับสไตล์เหมือนโฉมที่แล้ว แต่ปรับเส้นสายที่แข็งทื่อในรุ่นก่อน ให้โค้งมนมากขึ้น ทำให้ Swift รุ่นล่าสุดมีหน้าตารูปร่างที่สวยงาม ปราดเปรียว กะทัดรัด ไม่แปลกใจเลยครับที่จะมีคนซื้อเยอะ
   เครื่องยนต์ของโตโยต้านั้นมากับเครื่องยนต์เบนซิน 3NR-FE 1.2 ลิตร พละกำลัง 86 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 108 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ Super CVT-i
เครื่องยนต์
  เครื่องยนต์ของซูซูกิใช้เครื่องเบนซิน 1.25 ลิตร มากับพละกำลัง 91 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 118 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด หรือ เกียร์อัตโนมัติ CVT
   ในฝั่งโตโยต้า เนื่องจากมาทีหลัง ทำให้ได้ทำการบ้านมาอย่างดี โดยนำส่วนดีส่วนเสียของแต่ละรุ่นมาใส่ลงไป ออปชั่นส่วนใหญ่จะอยู่ในรุ่นท็อปหมด มีทั้งจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ชุดเครื่องเสีย CD/MP3/WMA พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB/AUX ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย Push Start
ฟังก์ชั่น
   ซูซูกินั้นก็จัดสิ่งอำนวยความสะดวกมามากพอสมควร ไม่มากไม่น้อยเกินไป ออปชั่นแทบทุกอย่างจะกระจายๆกันไป ในรุ่นท็อปจะอัดมาแบบสุดๆ มีทั้งระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย Push Start ระบบเครื่องเสียงแบบ 2Din/CD/MP3/USB
   ในด้านความปลอดภัยแม้จะเป็นรถเล็ก ค่ายนี้ก็ใส่ใจกับชีวิตผู้โดยสารไม่แพ้ค่ายอื่น ทุกรุ่นจะมีถุงลมคู่หน้า SRS ระบบเสริมแรงเบรก BA ระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD โครงสร้างตัวถัง GOA เข็มขัดนิรภัยคู่หน้ามาพร้อมกลไกดึงรั้งกลับอัตโนมัติ และกุญแจนิรภัย Immoblizer
ความปลอดภัย
   ค่ายซูซูกิ เป็นค่ายหนึ่งที่ให้ความใส่ใจการชีวิตผู้โดยสารเช่นกันกับทุกๆค่าย ถุงลมนิรภัยด้านหน้า SRS ระบบป้องกันล้อล็อกและระบบกระจายแรงเบรก ABS & EBD เข็มขัดนิรภัยด้าหน้า ELR 3 จุด ปรับระดับสูงต่ำได้ ด้านหลังเป็นเข็มขัดแบบ ELR 3 จุด 2 ตำแหน่ง 2 จุด 1 ตำแหน่ง และกุญแจนิรภัย Immoblizer
  สำหรับ Toyota Yaris นั้น ราคาก็ยังคงอยู่ในขอบเขต อาจมีบางคนบ่นว่าแพงบ้าง มีให้เลือก 4 รุ่น และมีแค่เกียร์ CVT อย่างเดียว ได้แก่ รุ่น J Eco ราคา 469,000 บาท รุ่น J ราคา 519,000 บาท รุ่น E                 ราคา 549,000 บาท และ รุ่น G ราคา 599,000 บาท
ราคา
ราคาของ Suzuki นั้นถือว่าออกมาสมเหตุสมผล ไม่แพงเกินไป โดยแบ่งการจำหน่ายเป็น 5 รุ่น ได้แก่ รุ่น GA M/T ราคา 429,000 บาท GA CVT ราคา 469,000 บาท GL M/T ราคา 467,000 บาท GL CVT ราคา 507,000 บาท และ รุ่น GLX CVT ราคา 559,000 บาท
   สรุป... สำหรับ Toyota Yaris นั้นถือว่าเป็นของใหม่ที่มีดีเพียบพร้อมทุกอย่าง ซึ่งหลายคนที่ได้รถกันไปแล้ว หลายคนก็ประทับใจกับตัวรถไม่น้อย ในขณะที่ของดีที่มีอยู่แล้วในตลาดอย่าง Suzuki Swift ก็ยังคงความสมบูรณ์แบบในฉบับอีโคคาร์ไว้ครบถ้วน ไม่แปลกใจที่จะมีคนซื้อกันมาก ถ้าจะให้เลือกซักคัน คงจะยากเพราะทำได้ดีทั้งคู่ แล้วแต่ใครจะรักจะชอบ แต่ผู้เขียนขอ Yaris สีส้มซักคันละกันครับ
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแฟนเพจ Cars New Update ที่นี่ !!
 
และอีกหนึ่งแฟนเพจครับ New Cars Around The World Fan Page

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น