วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2557

วิจารณ์และทำความรู้จักกับ All-New Honda Jazz : ดูดี ฟังก์ชันครบ ถ้าชอบจัดเลย

  ตลาด B-Segment เป็นตลาดกลุ่มหนึ่งที่ชาวไทยนิยมกันมากที่สุดตลาดหนึ่งในเมืองไทยเลยก็ว่าได้ครับ เนื่องด้วยขนาดรถที่กะทัดรัดกำลังดี มีราคาที่รับได้ ค่าใช้จ่าย ค่าซ่อมบำรุงไม่สูงเกินไป และเป็นรถที่นิยมในกลุ่มหนุ่มสาววัยกำลังทำงาน หรือจะให้คนมีอายุขับก็ได้ หรือจะเป็นพวก Gen-Y ขับก็ดีครับท่าน ฉะนั้นแล้วตลาดกลุ่มนี้ถือเป็นตลาดสำคัญและเป็นเม็ดเลือดหล่อเลี้ยงค่ายรถยนต์หลายค่ายกันเลยทีเดียวครับ


   เราจะมาพูดถึงรภ B-Segment ท้ายตัดของใหม่ล่าสุดซิงๆที่กำลังเป็นที่น่าสนใจอยู่ในตอนนี้ครับ ซึ่งก็เป็นทางเลือกอันดับต้นๆหากใครจะเลือกรถ B-Segment ท้ายตัดซักคันเลยก็ว่าได้ครับ ซึ่งคันที่เราจะพูดถึงก็คือ All-New Honda Jazz นั่นเองครับ


   ขอบอกเลยว่าผู้เขียนรอคอยการเปิดตัวในเมืองไทยอยู่นานแสนนาน นับตั้งแต่ที่เห็นหน้าตาครั้งแรกเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมของปีที่แล้ว ซึ่งทำให้เราอดชมถึงความล้ำสมัยที่ก้าวขึ้นไปอีกขั้นของ Honda ไม่ได้เลย ก็รถมันสวยจริงนี่นา และเราก็รอคอย ลอยคอ มาจนถึงต้นปี แรกเริ่มเดิมทีคิดว่าจะเปิดตัวในช่วงเดือนมีนาคม แต่กระนั้นกลับไร้เงา Honda Jazz ใหม่ คงจะเป็นเพราะไม่อยากให้มาชนกับ Honda City รถยอดนิยมในค่ายตัวเอง ฉะนั้นจังหวะและเวลาดีๆ ช่วงปลายๆเดือนพฤษภาคม และยังตรงกับวันที่บิ๊กตู่ทำรัฐประหาร ทำให้การเปิดตัวของมันนั้น กลายเป็นว่าเจ้าคันนี้มันได้ฉายาไปเลย "Jazz รุ่น คสช." "Jazz รุ่นปฏิวัติ" "Jazz รัฐประหาร"
   ว่ากันด้วยเรื่องหน้าตาของมัน ซึ่งต้องขอชมว่า Honda ทำการบ้านมาดีพอสมควร ในเรื่องหน้าตานั้นถือว่าสอบผ่าน เพราะออกแบบได้สวยและล้ำสมัยกว่าใครๆ ทรงกระจังหน้าออกแบบตามแนวทางของ Honda ที่เรียกว่า Exciting H Design!!! ที่เราเห็นใน City และ Odyssee ในเมืองไทยมาแล้ว ทำให้ Honda คันนี้ออกแบบได้สวยและมีความล้ำสมัยเข้ามาด้วย ในความเห็นผู้เขียนตอนนี้ถือว่าสวยสุดในตลาด ตราบใดที่ Mazda 2 ใหม่ยังไม่มา กระจังหน้าออกแบบให้ดูดุดันและสปอร์ตแบบไม่ต้องแต่งเพิ่มเลย ล้ออัลลอยที่ติดมากับรถเนี่ยก็สวยอยู่แล้วถ้าไม่จำเป็นก็คงไม่ต้องเปลี่ยน ดูๆแล้วรถคันนี้ก็มี DNA ของ City ติดมาบ้าง เพราะยังไงมันก็ต่างกันแค่เปลือกเท่านั้น นอกนั้นเหมือนกันแทบจะหมดเลย ไฟท้ายรถนั้นมาแบบ LED อันทันสมัย ซึ่งรูปไฟท้ายชวนมองให้เหมือน Volvo ยังไงยังงั้น แล้วการที่เอาติ่งๆแดงๆมาติดบนกระจกแผ่นหลังดูเหมือนเป็นอะไรที่เป็นส่วนเกิน ซึ่งถ้า Honda ตั้งใจจะทำเป็นตัดหมอกหลัง แนะนำให้ติดด้านล่างกันชนที่เดิมแหละ ดีแล้ว อยากให้ออกแบบตัดหมอกหลังสวยๆเหมือน Mobillio อะไรประมาณนี้ แต่ยังไงก็ตามเจ้าคันนี้โดยรวมนั้นกดไลค์ 1 พันครั้งเลย


    ต่อกันที่ภายในครับ ถ้าพูดถึงภายในของรถเนี่ย ความโฉบเฉี่ยวสปอร์ตแบบด้านนอกนั้นกลับเลือนหายไป แทนที่ด้วยความเหลี่ยมและแข็งทื่อ ทำให้คอนโซลหน้ารถคันนี้มันยังดูแข็งและมีเหลี่ยมมากเกินไปหน่อย ซึ่งงานนี้มันเน้นการใช้งานเป็นสำคัญ แต่ถามหน่อยว่า ใครจะไปสนใจละ? ไม่มีหรอกครับ เพราะแค่สิ่งที่ติดมากับรถเนี่ย มีให้เล่นเยอะแยะ ทำให้ลืมเรื่องภายในได้เลย


จะว่าไปแล้วมันก็ดูดีอยู่หรอกครับ ซึ่งก็แอบดีใจที่ภายในรุ่น S ดูดีกว่า S ของ City ที่วัสดุอย่างกากเลย ซึ่งภายในนั้นมีให้เล่นและใช้งานได้จริง โดยจัดออปชั่นและจัดรุ่นเหมือนกับ City เป๊ะๆ ในรุ่น V นั้น เราก็ได้ทั้งปุ่มสตาร์ท ปุ่ม Econ และมาตรวัดแบบสวยหรูพร้อมจอแสดงผลอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง มาแล้ว 


ถ้าอยากได้ของเล่นเพิ่มอีก ก็ขยับไปรุ่น V+ ที่คราวนี้ติดตั้งจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วแบบ Advance Touch รองรับการเชื่อมต่อ Smart Phone ตั้งแต่ Iphone 4S ขึ้นไปหรือ Android บางรุ่น เชื่อมต่อได้ทั้ง USB AUX และ HDMI รองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri Eyes Free Mode (สำหรับ iPhone 4s ขึ้นไป) รองรับการเชื่อมต่อ HondaLink Application (เฉพาะ Smart Phone บางรุ่น) ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมแผงควบคุมแบบสัมผัส  

และถ้าอยากหล่ออีกก็ไปเล่น SV หรือ SV+ ซะ ซึ่งงานนี้เราจะล้ออัลลอยลายสวยขนาด 16 นิ้ว สเกิร์ตรอบคัน สปอยเลอร์หลัง และภายในก็จะได้ Cruise Control ติดตั้งมาให้ และยังมี Paddle Shift เสริมความสนุกเข้าไปอีก






 พื้นที่เก็บของนั้นถือว่าให้มามากพอสมควร ทำให้ไปไหนมาไหนสบายใจได้ ด้านหลังนั้นถือว่านั่งสบายพื้นที่ Legroom และ Headroom ค่อนข้างมีให้มาก ผู้เขียนสูง 172 ซม. ถือว่านั่งได้สบายๆและชิลล์ครับท่าน 

   ถ้ามาพูดเครื่องยนต์นั้นแน่นอนว่า ก็ต้องใช้บล็อกเดียวกับ City เป๊ะๆ (จะเปลี่ยนใช้ 1.5 Earthdream แบบญี่ปุ่นให้เปลืองต้นทุนทำไมละครับ)ครื่องยนต์ เบนซินขนาด 1.5 ลิตร i-VTEC ที่ได้รับการปรับปรุงระบบใหม่ ทำให้มีพละกำลังลดลงเหลือ 117 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดเพิ่มขึ้นอีก 1 นิวตัน-เมตรเป็น 147 นิวตัน-เมตรที่ 4,700 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด หรือ เกียร์อัตโนมัติ CVT ซึ่งพัฒนาภายใต้เทคโนโลยี EarthDream Technology จะมีปัญหาเหมือนกับ CVT สมัยแมลงสาบหรือไม่ ต้องรอดูต่อไปครับ และที่สำคัญเจ้าคันนี้รองรับ E85 ได้ด้วย




   ต่อกันที่ระบบความปลอดภัยของรถนั้นทั้งในเชิงป้องกันและการขับขี่นั้น Honda ยังคงใช้มุขการตลาดที่ทำให้หลายค่ายเงิบและหันมองนั่นคือ การอัดระบบความปลอดภัยด้านการขับขี่กันตั้งแต่รุ่นล่างเหมือนกัน City ระบบเบรกป้องกัน ล็อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD และของเด็ดๆก็คือ ระบบควบคุมการทรงตัว VSA ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน HSA สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติเตือนขณะเบรกกะทันหัน ESS รายการทั้งหมดนี้มีใน Jazz ทุกรุ่นครับ ย้ำว่า "ทุกรุ่น" ในรุ่น V+ ขึ้นไปจะได้กล้องมองหลังปรับมุมมองได้ 3 ระดับ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า Dual SRS ทุกรุ่น ในรุ่นท็อป SV+ จะได้เพิ่มเป็น 6 ตำแหน่ง รวมถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย ถือว่าเป็น Best In Class เลยก็ว่าได้ครับ ซึ่งตอนนี้น่าจะเป็น B-Segment ท้ายตัดรายเดียวที่ติดม่านถุงลม และถุงลมด้านข้างมาให้ เพราะ Ford ก็ตัดรุ่น 1.6 ออกไปแล้วแทนที่ด้วย 1.0 Ecoboost ซึ่งไม่มีม่านถุงลมแล้ว นอกจากนี้ก็มีพวกเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับอัตโนมัติ จุดยึดเบาะนั่งสําหรับเด็ก (ISOFIX & Child Anchor) กุญแจแบบ Wave Key และ ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED
   ส่วนราคานั้นก็ไม่ได้ต่างจาก City เท่าไหร่เลย ยังคงมากับความคุ้มค่าในราคาที่เอื้อมถึงตามเคย  โดยเจ้าแจ๊ซมีให้เลือก 6 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น S M/T ราคา 555,000 บาท,รุ่น S M/T 594,000 บาท,รุ่น V A/T ราคา 654,000 บาท,รุ่น V+ A/T ราคา 694,000 บาท,รุ่น SV A/T ราคา 739,000 บาท และ รุ่นท็อป SV+ A/T ราคา 754,000 บาทครับ ราคานี้บอกเลยว่าคุ้มถ้าเทียบกับสิ่งต่างๆที่ให้มากับรถ โดย Honda ตั้งเป้ายอดขายของ All-New Honda Jazz ไว้ที่ 20,000 คัน/ปี ไม่น่าห่างไกลเป้าหมายครับ


  สรุปโดยรวมของตัวรถเลยละกัน การมาของ Honda Jazz ยังคงสร้างความประทับใจให้กับเราเหมือนกับที่เราเห็นใน Honda City แต่ความรู้สึกนั้นมันมีกับ City ไปแล้ว การมาครั้งนี้เลยไม่ได้ตื่นเต้นเท่าไหร่ แต่ก็ดีใจที่ Honda เปิดตัวมันซักทีหลังจากที่รอคอยมานานแสนนาน แต่อยากจะบอกอย่างหนึงก็คือ อยากให้ Honda ทำเสียงประกอบโฆษณาให้มันดูเร้าใจแบบ Toyota Mazda ไม่ได้เหรอ และหลังจากที่ผู้เขียนเห็นโฆษณาเนี่ย ฟังเสียงแล้วรู้เลย Honda แน่ สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์แล้วอีกอย่างโฆษณา 45 วินาที มันไม่ได้แฝงสาระอะไรมากเลย ตอนบอกสรรพคุณออปชั่นต่างๆ รันไปอย่างเร็ว ดูมึนงงไม่รู้เรื่องเลย ที่จริงอยากให้ทำเป็นโฆษณาและเพลงเหมือน City ชาวบ้านเค้าฟินไปกับกัปตันมาวินกันทั้งบางเลย แต่ก็ไม่เป็นไรให้อภัยได้ ตัวรถของเล่นครบแบบนี้ ถ้ามีใครชวนให้ซื้อ ก็ซื้อครับ
 แนะนำ ติชม พูดคุย ติดตามข่าวสารรถใหม่ฉับไวก่อนใครกับ Cars New Update ที่นี่!!


 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น