วันพุธที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เปิดผ้าคลุม All-New Nissan NP300 Navara ครั้งแรกในโลกที่เมืองไทย ยกระดับมาตรฐานกระบะไทยให้สูงขึ้นอีก

   หลายท่านคงจำกันได้ว่าเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 57 หรือ 1 อาทิตย์ก่อนหน้านี้ โลกโซเชียลสำหรับคอรถยนต์ต้องสะเทือนเมื่อภาพหลุดกระบะปริศนาจากโรงงานหลุดออกมาให้เราได้ยลโฉมกันเต็มๆ ซึ่งแน่นอนว่าต้องสร้างความวุ่นวายแก่วงในพอสมควรจนดีลเลอร์และพนักงานต้องมาตามแจ้งลบกันให้ว่อนครับ! แต่โชคดีที่มีหลายคนเซฟรูปทัน และก็ได้เห็นหน้ามันก่อนใครเลย 1 อาทิตย์เต็มๆ โคตรภูมิใจเลยใช่มั้ยครับ อิอิ

   รถที่เรากำลังจะพูดถึงก็คือกระบะคันใหม่ พร้อมนิกเนมใหม่ All-New Nissan NP300 Navara ซึ่งในวันนี้ 11 มิถุนายน 2557 Nissan ได้ฤกษ์ดีบุกตลาดกระบะแบบฉับไวสายฟ้าแลบชนิดพร้อมขายยังก็ไม่ล่วงรู้ โดยเป็นการเปิดตัวโฉมใหม่ครั้งแรกในโลกหรือ World Premiere นั่นเอง แน่นอนว่างานนี้ต้องสร้างความตื่นตะลึง และทำให้วงการกระบะไทยลุกเป็นไฟแน่นอน เพราะงานนี้ Nissan ได้ยกระดับมาตรฐานกระบะไทยให้สูงขึ้นไปอีกก้าวหนึ่งด้วย 


   All-New Nissan NP300 Navara ถือเป็นเจเนเรชั่นที่ 12 ของกระบะ Nissan ที่รังสรรค์ขึ้นบนประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการผลิตปิคอัพกว่า 80 ปี นับจากปี 1933 คุณ Andy Palmer หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายวางแผน บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด กล่าวไว้ว่า ตั้งแต่นิสสันเริ่มผลิตรถปิกอัพในปี 1933 มีลูกค้ากว่า 14 ล้านคนทั่วโลก มอบความไว้วางใจใช้รถปิคอัพของ Nissan ในการใช้งานประจำ และบรรทุกของในสภาวะสมบุกสมบัน 

ปิคอัพ Nissan เปรียบเสมือนเลือดที่หล่อเลี้ยงครอบครัว และสังคมของลูกค้าของเรา และลูกค้าของเรา ต้องการรถที่สามารถตอบสนองการใช้งานที่หลากหลายมากกว่ารถรุ่นอื่นๆ การออกแบบรถปิคอัพที่ดี และตอบโจทย์ลูกค้าจึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่นิสสันได้นำเอาประสบการณ์กว่า 80 ปี ผนวกเข้ากับการออกแบบที่คำนึงถึงความสะดวกสบาย และอุปกรณ์ระดับหรูเฉกเช่นรถเอนกประสงค์ประเภท SUV ผลิตเป็น Nissan NP300 Navara เพื่อผลลัพธ์อันยอดเยี่ยมสมบูรณ์แบบ  

All-New Nissan NP300 Navara ใหม่ได้สร้างปรากฏการณ์และมาตรฐานใหม่ให้กับวงการปิคอัพ ทั้งในด้านสมรรถนะ ความแข็งแกร่ง อรรถประโยชน์ รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา ซึ่งนับเป็นปัจจัยสำคัญที่ลูกค้าต้องการ


   มาว่ากันที่หน้าตาของเจ้ากระบะใหม่ NP300 Navara ออกแบบใหม่ให้ดุดันและบึกบันกว่าเดิม สัดส่วนตัวรถนั้นทาง Nissan ยังไม่มีการบอกข้อมูลออกมาเลย ยังคงเก็บไว้เป็นความลับสุดยอด ซึ่งเราก็ต้องรอการเปิดตัวอีกทีในช่วงเดือนสิงหาคม กระจังหน้าของรถยังคงออกแบบสไตล์ V-Shape อันเป็นเอกลักษณ์ จุดเด่นก็คือไฟหน้าใหม่ซึ่งรูปทรงแอบคิดถึง Ford Ranger แต่ไฟหน้าคันนี้เป็นแบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (DRL) น่าจะเป็นครั้งแรกของกระบะไทยที่มีไฟหน้า LED ส่วน DRL ขอชมว่าออกแบบให้ใส่กับไฟหน้าได้ลงตัวดีมากๆ กันชนหน้าทรงโฉบเฉี่ยวที่ดูใหญ่โตกว่าเดิม ไม่รู้ว่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้เรามองว่ารถมันใหญ่ขึ้นเปล่า เส้นสายตัวรถออกแบบใหม่ให้สปอร์ตโฉบเฉี่ยวกว่าเดิม ซึ่งออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ ส่งผลให้รถประหยัดน้ำมันมากขึ้น ซึ่งดูเส้นสายแล้วแอบคิดถึง Hilux Vigo หรือ D-Max ยังไงไม่รู้ครับ ล้ออัลลอยนั้นก็ออกแบบลายได้สวยงาม (ไม่รู้กี่นิ้ว แต่น่าจะ 17 นิ้ว) แร็คหลังคารถที่พอรวมกับตัวรถยิ่งชวนคิดถึงD-Max ทันที ในส่วนด้านท้ายก็ได้ออกแบบไฟท้ายใหม่ ซึ่งจุดนี้ผมไม่รู้ว่านิสสันลดต้นทุนหรือเปล่าเพราะเลนส์ไฟท้ายมันช่างเหมือนตัวเก่าแต่ใส่กรอบใหม่เหลือเกิน ฝากระโปรงท้ายที่มีสปอยเลอร์ยืนออกมาอาจดูขัดตานิดนึง แต่มันให้อารมณ์แบบกระบะมะกันเป๊ะ นอกจากนี้ยังมีสีใหม่ให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีส้ม สะวันนาห์ และสีน้ำตาล เอิร์ธ บรอนซ์ โดยรวมนั้นมันหล่อน่าใช้กว่าเดิมมากครับ

Credit : paultan.org
   ภายในนั้นเนี่ยเป็นจุดเปลี่ยนแปลงสำคัญที่ใครๆต้องสตั้นครับ เพราะงานนี้มันมีอะไรใหม่ๆหลายอย่างกันเลยทีเดียว ภายในที่ออกแบบอย่างหรูหราล้ำสมัย ที่เห็นแล้วต้องชวนคิดว่า เห้ย! มันยกมาจาก Teana หรือยังไงเนี่ย โคตรหรูเลย แน่นอนว่าคอนโซลหน้านั้นมีของเล่นใหม่ๆให้เราได้เล่นเพียบ ว่าด้วยเรื่องพวงมาลัยใหม่มัลติฟังก์ชันที่ยกมาจาก Teana เต็มๆ มีให้เล่นทั้ง Cruise Control และยังสามารถควบคุมเครื่องเสียงได้ด้วย มาตรวัดใหม่ที่มาพร้อมจอ MID 3 มิติ สามารถแสดงผลเป็นภาษาไทยได้ ส่วนอีกอย่างที่น่าคิดคือจอสัมผัสกลางคอนโซล จะได้แบบ built-in อย่างในรูปหรือไม่ ไม่แน่เราอาจจะไม่ได้ ซึ่งอาจจะได้เป็นจอสัมผัสของ Kenwood แทนอย่างในรูปครับ แต่ยังไงก็ตามมีให้เล่นก็ดีกว่าไม่มี สิ่งที่เราแปลกใจอีกอย่างก็คือ แอร์อัตโนมัติของ Nissan ที่ติดมาแบบ Dual-Zone ยกชุดหน้าปัดมาจาก Sylphy/Pulsar เด๊ะๆ ลดต้นทุนได้อีกพอสมควร และที่น่าตกใจคือ ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ Push Start Button ครั้งแรกในวงการกระบะไทยเลยละ และยังมีอีกอย่างหนึ่งที่เป็นครั้งแรกอีกก็คือ ระบบปรับอากาศตอนหลัง!!! ซึ่งมีให้ทั้งรุ่นแค็บและ 4 ประตูครับ!!!!

   ว่ากันเรื่องเครื่องยนต์ครับ ด้านเครื่องยนต์นั้น น่าจะเป็นเครื่องยนต์เดิมความจุเดิม ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร มากับพละกำลังที่แรงขึ้นกว่าเดิม 190 แรงม้า และ 163 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 450 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที โดยระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ยังช่วยเพิ่มพละกำลังของเครื่องยนต์ ขณะเดียวกันยังสามารถลดอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันได้สูงถึง 11 % เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม ระบบส่งกำลังนั้นมี 2 แบบคือ เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ครั้งแรกในวงการกระบะไทย! และเกียร์ธรรมดา 6 สปีดที่ปรับทดให้ส่งผลต่อการขับขี่ เพื่อให้ประหยัดน้ำมันยิ่งกว่าเดิม และยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อเป็นแบบ Shift-on-the-fly ปรับเปลี่ยนได้ขณะขับขี่

   ระบบความปลอดภัยนั้นถือว่าติดมาให้เพียบ โดยอุปกรณ์มาตรฐานก็มีถุงลมคู่หน้า SRS ทุกรุ่น และแน่นอนมีระบบช่วยเหลือการขับขี่อีกไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (VDC) เฟืองท้ายแบบลิมิเต็ดสลิป (LSD) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) และระบบช่วยควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC)

   สำหรับราคาของ All-New Nissan NP300 Navara ทาง Nissan ยังไม่ประกาศจนกว่าจะถึงวันที่ 3 กรกฎาคม และทาง Nissan จะทำการเปิดตัวอีกครั้งหนึ่งใน้เดือนสิงหาคมครับ เห็นได้ชัดเลยว่า Nissan ยังไม่พร้อมขายในไทย ของเก่าก็ยังคงค้างสต็อกอยู่ ต้องใช้โปรลด 120,000 บาทเข้ามาช่วย ขอชมว่า Nissan ต้งใจเร่งรัดการเปิดตัวได้เร็วมากเพื่อให้สอดคล้องกับการเผยโฉมในตลาดโลกด้วย แน่นอนว่าเป็นทางเลือกใหม่ให้กับชาวไทยได้อย่างดีครับ และที่น่าสนใจยิ่งกว่าก็คือกระบะอีก 2 คันที่กำลังจะตามมา ก็คือ All-New Mitsubishi Triton และ All-New Toyota Hilux งานนี้ตลาดกระบะมันแน่นอนครับ ฟังธงเลย

 แนะนำ ติชม พูดคุย ติดตามข่าวสารรถใหม่ฉับไวก่อนใครกับ Cars New Update ที่นี่!!

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น