วันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2557

รวมรถใหม่ที่คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2014

   สถานการณ์ในตลาดยานยนต์ในครึ่งปีแรกดูเหมือนจะเป็นปีที่แสนสาหัสพอสมควร ด้วยผลกระทบทางการเมืองที่ยึดเยื้อจนไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่ อันส่งผลให้ประชาชนไม่มีอารมณ์มาจับจ่ายใช้สอยเท่าที่ควร แต่ยังไงก็ตามในครึ่งปีแรกนั้นก็มีรถใหม่หลากรุ่นมากหน้าหลายตาเข็นออกมากระตุ้นตลาด ซึ่งก็ช่วยให้กำลังการซื้อมีเพิ่มขึ้นพอสมควร โดยเฉพาะที่งาน Bangkok Motor Show 2014 ที่ช่วยเพิ่มยอดขายและเพิ่มกำลังการซื้อได้มากทีเดียว
   ดูเหมือนทุกอย่างจะคึกคัก หากลองมานั่งพิจารณายอดขายในช่วงไตรมาสแรกของปีนั้น ถือว่าติดลบจากปีที่แล้ว ยอดขายลดลงจากปีที่แล้วราวๆ 30-40% กันเลยทีเดียว ด้วยผลกระทบทางการเมืองและปัจจัยอื่นๆ นั่นก็คือรถคันแรกนั่นเอง แต่ยังไงก็ตามก็อย่าไปตกใจว่ามันลดฮวบขนาดนี้ครับ เพราะตลาดกำลังจะเข้าสู่สภาวะปกติของตลาดยานยนต์ ไม่ใช่แบบหวือหวาน่าตกใจแบบปี 2555 ที่ขายรถทั้งปีเพราะได้โครงการรถคันแรกหนุนจนทำได้ 1.4 ล้านกว่าคัน บนถนนจะไม่มีที่พอให้วิ่งแล้วครับ

   และในปีนี้ยังคงเป็นที่แต่ละค่ายอัดสารพัดโปรโมชั่นเพื่อมาหนุนยอดขาย เพื่อเรียกกำไรจากลูกค้าอีกครั้ง เพื่อชดเชยกับยอดขายที่หายไปเนื่องจากการฝืดนั่นเอง เรียกได้ว่าแต่ละโปรของแต่ละค่ายมันยั่วใจเหลือเกิน

   ครึ่งปีที่ผ่านมานี้ก็ถือว่ามีการเปิดตัวมากมายหลายรุ่นพอสมควร เริ่มต้นที่ Toyota ที่หงายไพ่กันตั้งแต่ต้นปีด้วยการเปิดตัว All-New Toyota Corolla Altis รถขวัญใจมหาชนที่หลายคนรอคอย ก็ได้ใจลูกค้าไปพอสมควร หนึ่งเดือนให้หลังก็มีการเปิดตัวรุ่นย่อย ESport ที่หล่อมาจากโรงงาน ยิ่งเท่เข้าไปใหญ่ ทางฟากคู่แข่งอยาง Honda ไม่น้อยหน้า ปล่อยหมัดเด็ดตั้งแต่ต้นปีด้วยของใหม่เขย่าตลาด B-Segment อย่าง Honda City ที่มากับออปชั่นเกินหน้าเกินตาใคร ระบบความปลอดภัยจัดเต็ม พร้อมราคายั่วยวนใจ ตอนนี้เริ่มเห็นมาเต็มถนนแล้วครับ และหลังจากที่ Altis ออก Esport มา ประกอบกับ Mazda 3 โฉมใหม่ที่กำลังจะมา Honda เลยดักคอ Mazda ก่อนด้วยการเปิดตัว Civic ที่ปรับกระจังหน้านิดๆ พร้อมใส่ชุดแต่งที่ดูแล้วขี้เหร่กว่า Modulo อีก บางคนก็ชอบ บางคนก็ไม่ชอบเลย (อย่างหลังน่าจะเยอะกว่า) แน่นอน Honda มันมาดักคอก่อนการเปิดตัว Mazda 3 โฉมใหม่เพียง 4 วันเท่านั้น (Civic เปิดตัว 14 มี.ค.) และในวันที่ 18 มี.ค. ตลาด C-Segment ต้องกระเทือนเมื่อสปอร์ตคอมแพกต์ซีดานสุดสวยอย่าง Mazda 3 เปิดตัวมาพร้อมเทคโนโลยี SkyActiv รอบคัน ของเล่นจัดเต็ม ทำให้ได้ใจลูกค้าไปหลายคนเลยทีเดียว 

   ด้านตลาดรถหรูก็มีรถใหม่มาเปิดตัวหลายรุ่นเช่นกัน โดยเฉพาะค่าย BMW ที่จัดหนักเผยโฉมรุ่นใหม่หลายรุ่นเลยทีเดียว ตั้งแต่ BMW 5-Series Minor Change ที่มาแบบเงียบๆไม่บอกใคร และไฮไลต์เด็ดของค่ายนี้คือ BMW i8 ที่โชว์หราในงาน Motor Show 2014 จนมัดใจเศรษฐีไทยจนควักเงินจอง 20 กว่าคนได้ ส่วนค่ายคู่แข่งอย่าง Mercedes-Benz ก็ปล่อยของใหม่หมดจด 2 รุ่นด้วยกัน นั่นคือ All-New Mercedes-Benz C-Class โฉมใหม่ และ Mercedes-Benz GLA-Class ใหม่ด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีการเปิดตัวรุ่นย่อย รุ่นปรับปรุงของค่ายต่างๆอีกมากมาย

    ว่าไปแล้วก็อย่างที่กล่าวไว้ครับ ในช่วงครึ่งปีแรกนั้นมีรถใหม่เปิดตัวมากมายก่ายกองทีเดียว และขอบอกว่าในช่วงครึ่งปีหลังก็มีรถใหม่มากหน้าหลายตาไม่แพ้กันเลย หลังจากที่เพ่งพิจารณาดูความเป็นไปได้ของการเปิดตัวรถใหม่ตามฤดูกาลก็นับว่ามีหลายรุ่นเหมือนกันครับ และล้วนมีไฮไลต์ที่น่าติดตามทั้งนั้น คราวนี้มาดูกันเลยว่า ครี่งปีหลังต่อจากนี้มันจะมีรถอะไรเปิดตัวบ้าง ฉะนั้นไปชมกันเลย

Note :
1. ค่ายไหนที่ผู้เขียนไม่ได้พิมพ์ไว้ แปลว่าไม่น่ามีรถใหม่มาเปิดตัว
2. Mazda BT-50 Pro Minor Change ขอยกไปกล่าวอีกทีใน "รวมรถใหม่ที่คาดว่าจะเปิดตัวในปี 2015"
3. MG Xross และ MG5 ที่เห็นทดสอบในไทย เรายังไม่ได้ความคืบหน้า ถ้ามีข่าวเมื่อไหร่เราจะมาแจ้งให้ทราบครับ
4. Mitsubishi Pajer Sport Model Change เปิดตัวช่วงปีหน้า ขอยกไปกล่าวอีกทีใน "รวมรถใหม่ที่คาดว่าจะเปิดตัวในปี 2015" เช่นกันครับ
5. Subaru Legacy และ Subaru Outback โฉมใหม่ที่เผยโฉมหน้าแล้ว ยังไม่มีข่าวความคืบหน้าเช่นกัน น่าจะเป็นปีหน้าครับ ขอยกไปพูดอีกทีต้นปีหน้าอีกเช่นเคย
6. All-NewVolvo XC90 ซึ่งปล่อยภาพภายในแล้ว ในไทยอีกนานโข ถ้ามีความคืบหน้าก็จะมาบอกแน่นอน
7. ค่าย Porsche มีการทดสอบ 911 GTS,911 GT3 RS,Cayenne Minor Change อยู่ ซึ่งขอกล่าวทีหลังครับ ส่วนในเมืองไทยยังไม่นมีข่าวเรื่องแผนเปิดตัวของใหม่ 
8. ค่าย Audi มีรถใหม่ที่ทดสอบอยู่คือ Q7 ซึ่งน่าจะเปิดตัวช่วงปีหน้า และยังมีอีกหลายรุ่น ซึ่งเราจะมากล่าวภายหลังครับ
9. ค่าย BMW มีของใหม่ทดสอบหลายคัน ได้แก่ X6,3-Series Minor Change,1-Series Minor Change,All-New 7-Series,2-Series Active Tourer 7 Seater,M2 ซึ่งเราจะขอกล่าวในภายหลังอีกเช่นกันครับ
10. ค่าย Land Rover ปีนี้ ไม่น่ามี Product ใหม่ในไทย แต่ก็มีรถทดสอบคือ Range Rover Sport RS และ Land Rover Freelander(Discovery Sport) อ่านรายละเอียดได้ที่นี่ คลิก! 
11. หากต้องการติดตามข่าวสารรถใหม่กับเราแบบใกล้ชิดสามารถเข้าไปกดไลค์เพจเราได้คร้าบ
12. และที่สำคัญ "เสพข่าวอย่างมีสติ" ข่าวทุกข่าวย่อมมีมูลความจริงและเรื่องโกหก ฉะนั้นอย่าได้เชื่อถือหมด และใช้วิจารณญาณไตร่ตรองด้วยนะครัช^^

Audi
   ค่าย Audi ภายใต้การบริหารของ เยอรมันมอเตอร์เวอร์ค และ MTM Thailand (ซึ่งทั้งสองต่างอยู่ในเครือยนตรกิจทั้งนั้นครับ ไม่ต้องบอกนะว่ายนตรกิจมันเป็นยังไง???) ปีนี้ สองเจ้านี้ไม่น่ามีอะไรใหม่ๆให้เห็นแน่ แต่ยังไงก็ตามเราก็ต้องเห็นมันครับ ผ่านทางเกรย์มาร์เก็ต นั่นก็คือ Audi TT โฉมใหม่ หน้าตาของรถนั้นมา กับกระจังหน้าอันเป็น Signature ของค่าย กระจังหน้าทรง 6 เหลี่ยมขนาดเขื่อง โคมไฟหน้าทรงเรียวแหลม ออกแบบรายละเอียดภายในเน้นเส้น LED Daytime Running Light และยังมีไฟหน้า LED ให้เลือกเป็นออปชั่นติดตั้งเสริม โลโก้สี่ห่วงติดบนฝากระโปรงจากเดิมติดตรงกระจังหน้า  
    ภายในนั้นได้รับการออกแบบใหม่ให้ดูสะอาดตาและใช้ง่ายกว่าเดิม โดยการยุบรวมจอควบคุมระบบอินโฟเทนเมนต์ตรงกลางคอนโซลหน้าไปไว้รวมกับมาตรวัด ความเร็วเลย โดยมากับหน้าจอสี12.3 นิ้ว พร้อมชิปประมวลผลกราฟิิคของ Nvidia Tegra 30ที่สามารถแสดงผลได้หลากหลายโหมดใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นโหมดเน้นการขับขี่แบบสปอร์ต โหมดนำทาง หรือโหมดการขับขี่แบบทั่วไป ฯลฯ
   ไฮไลต์สำคัญก็คือช่องแอร์ทรงกลม 3 ช่อง ที่ แฝงปุ่มควบคุมระบบปรับอากาศเข้าไปด้วย ถือเป็นความฉลาดของค่าย Audi ที่ช่วยลดความวุ่นวายรกตาในห่องโดยสาร เบาะนั่งแบบสปอร์ต S มาเป็นออปชั่นเสริม จะมีลูกเล่นปีกเบาะที่ปรับให้กระชับร่างกายของผู้ขับขี่/ผู้โดยสารด้วยระบบลม
    ขุมพลังนั้นก็มีให้เลือกหลายแบบครับ ไล่ตั้งแต่ขุม พลังเบนซิน TFSI ขนาด 2.0 ลิตรเดิม ปรับแต่งใหม่จนมีพละกำลัง 230 แรงม้า แรงบิด 370 นิวตัน-เมตร เครื่องยนต์ดีเซล TDI ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมกำลังสูงสุด 184 แรงม้าแรงบิดสูงสุด 380 นิวตัน-เมตร 
   ในรุ่นแรง TTS มา กับเครื่องยนต์เบนซิน TFSI ขนาด 2.0 ลิตรเช่นกัน พละกำลังจูนใหม่จนมีม้าถึง 310 แรงม้าแรงบิดสูงสุด 380 นิวตัน-เมตร ทั้ง Audi TT และ TTS จะส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ S Tronicแบบ 6 สปีด คาดว่าไม่น่าเกินสิ้นปี ช่วงกลางปี-ปลายปีนี้น่าจะได้เห็นแน่นอน



BMW
    ค่ายใบพัดฟ้าขาว BMW Thailand เมื่อครึ่งปีแรกรุกตลาดเต็มพิกัด มีของใหม่ๆให้ชาว Bimmer เมืองไทยให้เลือกสรรอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่ว่าจะเป็น BMW 116i,BMW 325i M Sport,BMW 5-Series LCI (รุ่นไมเนอร์เชนจ์),BMW 2 Series และไฮไลต์สำคัญก็คือ BMW i8 รถสปอร์ตพลังงานไฮบริดสุดหล่อที่ได้ใจทั้งเศรษฐีและคนฐานะปานกลางอย่างเราๆ คว้ายอดจองในงานมอเตอร์โชว์กว่า 20 กว่าคันเลยครับ แว่วว่าสปอร์ตสุดหล่อคันนี้มีค่าตัวอยู่ที่ 12 ล้านบาท ถูกกว่าซูเปอร์คาร์หลายคัน แต่ผู้เขียนเก็บเงินทั้งชาติก็ซื้อไม่ได้หรอกครับ 555
   ในครึ่งหลังของปีนี้คาดว่าจะมีรถใหม่เปิดตัวสู่ตลาดเมืองไทยหลายรุ่นพอสมควร ดูจากการเปิดตัวรุ่นใหม่ๆในตลาดโลกแล้ว คาดว่ามีหลายรุ่นที่มีสิทธิ์จะเข้ามาจำหน่ายในเมืองไทยด้วยครับ
   ขอเริ่มที่ BMW X3 LCI ที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ให้ดูสวยงามโฉบเฉี่ยวกว่าเดิมตามสไตล์ BMW คาดการณ์ว่าเมืองไทยเราจะนำเสนอในรุ่น X3 xDrive20d ตามเคย มาอัพเกรดขุมพลังใหม่ เครื่องดีเซล 4 สูบ พร้อมเทอร์โบ TwinPower Turbo ขนาด 2.0 ลิตร พละกำลัง 190 แรงม้า (+6 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 400 Nm (+20 Nm) อัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กม.ใน 8.1 วินาที การเปิดตัวในเมืองไทยคาดว่าอาจจะได้เห็นในช่วงปลายปีนี้ที่งาน Motor Expo 2014 ครับ
   มาดูที่อีกคันกันบ้าง หลังจากที่ BMW Thailand เปิดตัว 4-Series ทั้งเวอร์ชั่นคูเป้และเปิดประทุน คาดว่า BMW บ้านเราคงไม่พลาดที่จะนำ BMW 4 Series Gran Coupe เวอร์ชั่นซีดาน 4 ประตูเข้ามาขายอีกด้วย ซึ่งชาวไทยน่าจะสนใจไม่น้อย โดยตัวรถได้รับการออกแบบเพิ่มประตูคู่หลัง กลายเป็นซีดานคูเป้ 4 ประตูเหมือน 6-Series Gran Coupe เป๊ะ เครื่องยนต์ที่น่าจะนำมาใช้ก็คงเป็นขุมเดียวกับ 4-Series ตัวคูเป้และเปิดประทุน ก็คือ 420i เครื่อง 2.0 ลิตร 4 สูบ 184 แรงม้า และ 420d 2.0 ลิตร 4 สูบ 184 แรงม้า เช่นกัน คาดว่าการเปิดตัวจะอยู่ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ค่อนข้างแน่
   อีกคันที่น่าสนใจไม่น้อยก็คือ BMW X4 เอสยูวีคอมแพกต์คูเป้ตัวล่าสุด ได้ชื่อว่าเป็นน้องชายของ X6 ที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว และแน่นอน BMW คงเชื่อสุดใจว่าตลาด SUV ยังโตได้อีก ฉะนั้นค่าย BMW จึงรีบอุดช่องว่างของตลาดซะ โดยตัวรถใช้พื้นฐาน ของ X3 รุ่นปัจจุบันมาต่อยอดพัฒนาใหม่ พูดง่ายๆว่ามันคือการเอา BMW X3 มาตัดหัวและหางทิ้ง เปลี่ยนท้ายใหม่สไตล์คูเป้และปรับหลังคาให้ลาดลงเพื่อแสดงความเป็นรถคูเป้ SUV อีกด้วย ซึ่งดูลงตัวไม่น้อย ขุมพลังในเมืองไทยก็น่าจะขนมาให้ 2 แบบตามเคย ก็คือ เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบพร้อมเทอร์โบบล็อกใหม่ TwinPower  2.0 ลิตร 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร และ เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมเทอร์โบ TwinPower 
184 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 270 นิวตัน-เมตร การเปิดตัวอย่างไวที่สุดคือ Motor Expo 2014 อย่างช้าก็ต้นปีหน้าครับ
   และปิดท้ายด้วยอีกคันก็คือ 2-Series Active Tourer ซึ่งความเป็นไปได้ที่ BMW Thailand ก็มีไม่น้อยเหมือนกันครับ โดยน่าจะเป็นคู่ต่อกรกับ Mercedes-Benz B-Class โดย BMW 2-Series Active Tourer นั้นเป็นครั้งแรกของ BMW ทีหันมาใช้แพลตฟอร์ม UKL ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเดียวที่สถิตใน MINI Cooper โฉมล่าสุดด้วย นอกจากนี้ยังมากับขุมพลัง 3 สูบ ทวินเทอร์โบอีกด้วย คาดว่าทาง BMW บ้านเราจะนำรุ่นรหัสเครื่องยนต์ 220i นำเข้ามาขาย การเปิดตัวอย่างเร็วคือปลายปี Motor Expo 2014 ครับ

Chevrolet
   ค่ายเชฟโรเลต ค่ายที่ในปี 2013 เกิดปัญหาโลกแตกกับ Chevrolet Cruze ที่มากับเกียร์เจ้าปัญหา แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นกับรถที่ผลิตในเมืองไทยไม่ถึง 100 คัน แต่ด้วยข่าวสารที่ถูกเผยแพร่ออกมา ทำให้หลายคนเริ่มหวั่นใจกับค่ายนี้ไม่มากไม่น้อยเลยละครับ ซึ่งแน่นอนค่ายนี้ต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่อกลบข่าวเสียๆพวกนี้ออกไปให้จงได้ครับ
   แม้ว่าในครึ่งหลังของปีนี้ Chevrolet ในเมืองไทย ไม่น่าจะไม่มีรถรุ่นใหม่มาให้เราได้ยลโฉมกันซักคัน แต่เราจะนำรถในตลาดที่น่าสนใจและเกี่ยวกับประเทศไทยโดยตรงด้วย ซึ่งการเปิดตัวของเจ้าพวกนี้ก็น่าจะอยู่ในช่วง 2015-2016 ครับ
  เริ่มที่ Chevrolet Cruze ที่ทำการเปิดตัวโฉมใหม่หมดจดเป็นที่เรียบร้อยโรงเรียนจีนภายในงาน Auto China 2014 ด้วยความที่มีกระแสค่อนไปทาง ลบเสียมากกว่า เพราะดูผิวเผินแล้วมันเหมือนไปลอกเลียนแบบรถหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาที่แอบนึกถึง Ford Focus,ด้านข้างชวนนึกถึง Honda Civic FB หากลองมองดีๆประตูหลังรถชนนึกถึง MG6 ด้วยครับ ส่วนไฟท้ายนั้นไม่ต่างอะไรจาก Hyundai Sonata เท่าไหร่ มีบางคนกล่าวติดตลกว่า หากแปะโลโก้ฟอร์ด คงจะนึกว่าเป็น Ford Focus Minor Change เลยครับ น่าจะมีการปรับปรุงเครื่องยนต์และที่สำคัญควรเปลี่ยนเกียร์ด้วยนะครับท่าน การเปิดตัวรถคันนี้น่าจะ 2016 โน่นครับ
   และอีกคันก็คือ Chevrolet Sonic Minor Change มีการเปลี่ยนแปลงไฟหน้ารถจากเดิมที่เป็นไฟกลมๆไร้กรอบ กลายเป็นไฟหน้าแบบชิ้นเดียว กระจังหน้าแบบ Dual-Port แบบใหม่ที่ทำให้หน้าตารถดูเรียบร้อยขึ้นกว่าเดิม จากเดิมที่มีภาพลักษณ์สปอร์ต ทำให้เอาใจคนมีอายุมากขึ้นครับ มาพร้อมกรอบไฟตัดหมอกเสริมด้วยโครเมียมเพิ่มความดูดีขึ้นอีกไม่น้อยเลย ส่วนด้านท้ายก็ได้รับการเปลี่ยนแปลงเช่นกันครับ ในส่วนไฟท้ายจากเดิมที่เป็นหลอดกลมๆ ก็เปลี่ยนรูปแบบใหม่ให้ดูเรียบร้อยกว่าเดิม และก็น่าเบื่อไปนะครับ นอกจากนี้ยังมีการปรับในส่วนกันชนหลังนิดหน่อย และเพิ่มล้ออัลลอยลายใหม่ชวนให้นึกถึงลายของ Vios และ Yaris ครับ ขุมพลังคาดว่าจะเป็นชุดเดิม เปิดตัวน่าจะเป็นช่วงต้นปี 2015 ครับ

Ferrari
   ค่าย Ferrari ภายใต้การบริหารของ Cavalino Motors ประเทศไทย แต่ละมีการมี Product ใหม่ตามตลาดโลกอยู่เสมอ และยังมีกิจกรรมต่างๆจัดให้ลูกค้าได้เข้าร่วมกันอีกด้วย ในปีนี้ก็คาดว่าจะมีของใหม่มาเปิดตัวครับ นั่นคือ Ferrari California T รุ่นปรับโฉมครั้งใหญ่ของ California ซึ่งการปรับปรุงครั้งนี้ได้รับการปรับเปลี่ยนใบหน้าและท้ายใหม่ หน้าตาและส่วนท้ายของรถนั้นได้รับอิทธิพลการออกแบบมาจากดีไซน์ของรุ่นพี่ อย่าง FF และ F12 Berlinetta ซึ่งออกแบบและสามารถผสานกับเส้นสายเดิมตรงส่วนประตูรถได้อย่างลงตัว เครื่องยนต์นั้น เป็นเครื่องยนต์ที่หยิบยืมมาจากเครือ Fiat Group สังกัดของ Ferrari นั่นเอง โดยนำเครื่องยนต์ของ Maserati Quattroporte มาใส่ นั่นคือเครื่องเบนซิน 3.8 ลิตร V8 เทอร์โบชาร์จ มากับพละกำลัง 560 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 755 นิวตัน-เมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ในเวลาแค่ 3.6 วินาที และเร่งจาก 0-200 กม./ชม.ได้ใน 11.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 316 กม./ชม. คาดว่าการเปิดตัวน่าจะอยู่ช่วงปลายไตรมาสที่ 3 เป็นอย่างเร็วแน่นอนครับ

Ford
   อันที่จริงค่าย Ford ดูๆแล้ว ก็ไม่น่ามีผลิตภัณฑ์ใหม่ในตลาดในช่วงครึ่งหลังของปีนะครับ แต่ในปี 2015 น่าจะมีของใหม่มาเปิดตัวค่อนข้างแน่ แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกคันที่ไม่แน่ว่าอาจจะเผยรูปภาพออกมาในปีนี้ครับ นั่นคือ Ford Everest โฉมใหม่ที่โชว์ตัวต้นแบบที่บ้านเราที่งาน Motor Show 2014 ต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งก็ใกล้เคียงโฉมจริงที่สุดแล้ว โฉมจริงออกมาอาจจะแตกต่างนิดหน่อยเท่านั้นเอง ซึ่งเมื่อช่วงเดือน เม.ย. ก็มีภาพหลุดของรถทดสอบในประเทศออสเตรเลียออกมาให้ชมกัน ดูจากสายตาข้ามลาย พรางก็รู้เลยว่า Ford Everest โฉมใหม่จะมีรูปแบบที่แทบจะเรียกว่าถอดแบบจากคันต้นแบบแทบจะทั้งคันกันเลยที เดียว ไม่ต่างจาก Ford Everest Concept ตัวที่นำมาโชว์ที่งาน Bangkok Motor Show 2014 ที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะมีการปรับรายละเอียดนิดหน่อยบ้าง แต่ยังไงก็ตามไม่น่าทิ้งรูปลักษณ์แบบคันต้นแบบแน่ๆครับ ด้าน เครื่องยนต์ก็น่าจะยกเครื่องจากตัวกระบะทั้งหมด ซึ่งก็มีเครื่องยนต์ 2.2 ลิตร 150 แรงม้า ตามด้วยเครื่อง 3.2 ลิตร 200 แรงม้า และไม่แน่อาจจะมีเครื่องเบนซิน 2.5 ลิตร 166 แรงม้าประกบติดมาด้วย ยังไงก็รอดูกันครับ ซึ่งการเปิดตัวในตลาดโลก อาจมีการเผยโฉมในช่วงใดช่วงหนึ่งของปีนี้ก็เป็นได้ ส่วนในประเทศไทยคาดว่าจะมีในช่วงปี 2015 ครับ
   ยังมีอีกคันก็คือ Ford Focus Minor Change ใหม่ที่มีหน้าตาแบบเอกลักษณ์ใหม่ของค่าย แต่เหมือนกับ Aston Martin ไม่มีผิด จะว่าไปแล้วผู้เขียนมีเงินไปซื้อ Focus แทน Aston Martin ดีกว่านะครับ ถูกกว่าเยอะเลย  ด้านหน้าที่ปรับ โฉมให้ต่างจากรุ่นก่อนสิ้่นเชิง มากับกระจังหน้าทรง 6 เหลี่ยมคล้ายสปอร์ตหรู Aston Martin โคมไฟหน้าใหม่ดูเรียวกว่าเดิม ภาพลักษณ์รถดูหรูกว่าเดิมมาก ซึ่งภาพลักษณ์ก็จะมาแนวเดียวกับ Ford Fiesta และ Ford Fusion ครับ ด้านท้ายได้รับการออกแบบใหม่ในส่วนไฟท้ายที่ดูเรียวกว่าเดิม เปลี่ยนฝาท้ายใหม่ที่ดูดีขึ้น และเปลี่ยนกันชนท้ายใหม่ ขุมพลังคาดว่าจะเป็นชุดเดิม นั่นคือเครื่อง 1.6 ลิตร และ 2.0 ลิตร การเปิดตัวน่าจะอยู่ในช่วงปีหน้าครับ
ภาพประกอบบทความเท่านั้นครับ หน้าจริงอาจไมใช่แบบนี้
   และขอปิดท้ายด้วยอีกคัน ที่ไม่แน่อาจจะมีการเผยภาพออกมาในปีนี้ก็เป็นได้ นั่นก็คือ Ford Ranger Minor Change คงจะปรับออกมารับ Hilux ตัวใหม่แน่ๆเลย ซึ่งหลายคนก็เดา ว่าหน้าตาอาจจะเปลี่ยนไปในแนวคล้าย Ford Everest ตัวใหม่ก็ได้ แต่อาจจะปรับเส้นสายหน้าตาของรถให้ดูแข็งแรง และดูอเมริกันกว่านี้ เครื่องยนต์และระบบส่งกำลังน่าจะคงชุดเดิมไว้ การเปิดตัวน่าจะอยู่ในช่วงใดช่วงหนึ่งของปีหน้าครับ

Honda
   ค่าย Honda ปีนี้คงต้องรับศึกหนักพอสมควร ด้วยคู่แข่งที่ทยอยเปิดตัวมามากมาย เมื่อครึ่งปีแรก Honda เปิดตัวรถเขย่าตลาด 2 รุ่น นั่นคือ Honda City และ Honda Jazz โฉมใหม่ ที่พ่วงออปชั่นสารพัดต่างๆ และระบบความปลอดภัยมากมายจนชนิดที่ว่ารถที่อยู่ในตลาดสูงกว่า หรือแม้แต่ Civic ยังอายเลยครับ และยังมีการเปิดตัว Civic Nano Change กะมาขัดขาเจ้าตลาด แต่ดูเหมือนจะไม่สำเร็จ เพราะเจอ Mazda 3 มาประกบด้วยเลย รวมถึงหลายคนที่ผิดหวังที่ไม่ได้หน้าแบบ US ด้วยครับ
   ขอเริ่มที่ Honda Accord Hybrid ก่อนเลย ขอบอกเลยว่า รถรุ่นนี้มีแฟนๆ Honda ต่างตั้งหน้าตั้งตารอคอยกันมากถึงมากที่สุด แม้แต่ผู้เขียนก็ยังนั่งรอแล้วรอเล่า เมื่อไหร่มันจะมาซักที (นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้เขียนนำมันเป็นรูปขึ้นต้นของบทความนี้) ข่าวความคืบหน้าก็ไม่มาออกมาเลย สรุป Honda จะขายมั้ยเอ่ย จะมาแข่งกับ Camry Hybrid หรือเปล่า ไม่แน่ว่า Honda อาจกำลังรอจังหวะและโอกาสในการเปิดตัวที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้ชนกับ Jazz ที่เปิดตัวไปไม่นาน ถ้าจะตีเหล็กต้องตีตอนร้อนๆ ถึงจะดีครับ มาดูสเปกคร่าวๆกันดีกว่า Honda Accord Hybrid จะมีหน้าตาที่แตกต่างจากเวอร์ชั่นธรรมดา ตกแต่งด้วยสีน้ำเงินบริเวณกระจังหน้าและกรอบไฟ กันชนหน้าออกแบบใหม่ให้สอดรับกับกระจังหน้าใหม่ ล้อแม็กลายใหม่เพื่อสร้างความแตกต่างกับเวอร์ชั่นปกติ นอกนั้นเหมือนกับรุ่นปกติทุกประการครับ 

ด้านเครื่องยนต์นั้น จะมากับเครื่องยนต์ Atkinson Cycle 2.0 ลิตร 4 สูบ 141 แรงม้า ผนวกกับระบบไฮบริดใหม่ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวให้กำลังถึง 137 แรงม้า รวมกำลังทั้งระบบ 196 แรงม้า อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยฮอนด้าเคลมว่าจะทำได้สูงสุดถึง 30 กม./ลิตรเลยทีเดียวครับ ซึ่งในความเป็นจริงเราจะทำอัตราสิ้นเปลืองได้ตามนี้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับคนขับครับ คาดว่าการเปิดตัวน่าจะอยู่ในช่วงกรกฎาคม-กันยายน หรือไม่ก็ Motor Expo 2014 เป็นอย่างช้าครับ
   ยังมีอีกคันที่ชาวไทยรอคอยกันมากพอสมควร รถยังไม่เปิดตัว ยังไม่เคยมีขายมาก่อนเลย ตั้งคลับกันแล้วครับ และยังมีรถทดสอบออกมาวิ่งแล้วด้วย สำหรับ Honda Vezel รถ B-SUV ที่อยู่ในพิกัดเดียวกับ Nissan Juke และ Ford EcoSport รูปร่างหน้าตาของ Honda Vezel แน่นอนที่สุดมันใช้แนวออกแบบที่เรียกกันว่า Exciting H Design!!! มาเป็นแนวการออกแบบ มาพร้อมกระจังหน้าทรง Solid Wing Face มากับเส้นสายที่ดูโฉบเฉี่ยวและสปอร์ตรอบคัน ในส่วนประตูหลังเหมือนจะเลียนแบบอิทธิพลมาจาก Nissan Juke นิดหน่อยครับ เสริมหล่อด้วยแร็คหลังคา และยังมี Shark Fin เพิ่มความทันสมัย ในส่วนด้านท้ายได้รับการออกแบบไฟท้ายให้โฉบเฉี่ยว ดูมีมิติและชวนมอง รอบคันติดตั้งการ์ดกันกระแทกสีดำเหมือนกับเป็นรถลุย ทั้งๆที่รถคันนี้น่าจะมีบทบาทบนออโต้บาห์นมากกว่าครับ

    มาพูดกันที่เรื่องขุมพลังกันบ้าง ด้านขุมพลังนั้นทาง Honda จัดมาให้ 2 รูปแบบขุมพลัง ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร direct injection ตัว เดียวกับ Fit/Jazz ในญี่ปุ่น มากับพละกำลัง 131 แรงม้าที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 15.8 กก.-เมตรที่ 4,600 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ CVT ซึ่งทางญี่ปุ่นทดสอบออกมาแล้วครับว่าตัวรถขับได้ไหลลื่นไม่ติดขัด เครื่องยนต์ตัวนี้จะให้บุคลิกแบบ Sport เมื่อเหยียบคันเร่งเต็มที่ ส่งความเร็วเต็มพิกัดกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะในรอบสูงถึง 7,000 รอบ/นาที ก็ให้ความรู้สึกแบบที่ชาวญี่ปุ่นเค้าเรียกว่า Sporty ครับ และจิบน้ำมันแค่ 20.6 ลิตรเท่านั้นจากการทดสอบโหมด JC08 ของญี่ปุ่น ส่วนการเปิดตัวคาดว่าอย่างเร็วที่สุดน่าจะเป็นปลายปีนี้หรือไม่ก็ต้นปีหน้าครับ

Jaguar
   ค่าย Jaguar ภายใต้การบริหารของ City Automobile ที่ผ่านมาก็ส่ง Jaguar F-Type Roadster รุ่นเปิดประทุนออกมาแล้ว งานนี้ต้องสานต่อด้วยเวอร์ชั่นคูเป้อีกทีด้วย Jaguar F-Type Coupe   หน้าตาของรถก็ได้รับอิทธิพลจาก Jaguar C-X16 Concept มาแทบทั้งหมด และหน้าตาก็ยังเหมือน Jaguar F-Type Roadster ที่เปิดตัวไปเมื่อปีก่อน ต่างกันที่หลังคาเท่านั้นครับ  เครื่องยนต์นั้นก็ยกมาจากรุ่นคูเป้ทั้งหมด ไล่ตั้งแต่เครื่องยนต์เบนซิน V6 3.0 ลิตร พ่วงซูเปอร์ชาร์จ พละกำลัง 340 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม.ในเวลา 5.1 วินาที ตามมาด้วยเวอร์ชั่น F-Type Coupe “S” พละกำลัง 380 แรงม้า แรงบิด 460 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-96 กม./ชม.ภายใน 4.9 วินาที ปิดท้ายด้วยตัวท็อปเครื่องเบนซิน V8 ความจุ 5.0 ลิตร พร้อมซูเปอร์ชาร์จ รีดพลังได้ถึง 550 แรงม้า แรงบิด 680 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม.ที่ 4 วินาที ความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 300 กม./ชม. คาดว่าการเปิดตัวน่าจะอยู่ในช่วงไตรมาสที่ 3 เป็นอย่างเร็วครับ

Kia
   ค่ายเกีย ในเครือยนตะกละ เอ๊ย ยนตรกิจครับ หลังจากนั่งดูท่าทีการตลาดแล้วคาดว่าในปีนี้ต้องมีผลิตภัณฑ์ใหม่มาเปิดตัวในเมืองไทยบ้างแหละ อย่ามัวขายของเก่าๆ เดี๋ยวจะขายไม่ออกนะครับ พยายามสร้างภาพลักษณ์ดีๆ อย่าทำโชว์รูมให้มัน.....มากไป (เติมเอง) เดี๋ยวลูกค้าเบือนหน้าหนีหมดครับ เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า
    เริ่มที่รถครอสโอเวอร์สุดหล่อ Kia Soul ใครเคยอ่าน รวมรถใหม่ที่คาดว่าจะเปิดตัวภายในปี 2014 ของผมคงจะรู้ว่า เรากล่าวกันตั้งแต่ต้นปีแล้ว แต่ครึ่งปีที่ผ่านมา ยังไม่เห็นความเคลื่อนไหวมันเลย ก็งี้หละอยู่ในเครือนี้ อย่าหวังเลยว่ามันจะมาง่ายๆ เร็วทันใจ เครื่องยนต์ที่ผมคาดการณ์ว่าจะทำตลาดในไทยจะเป็นเครื่อง 1.6 ลิตร พละกำลัง 130 แรงม้า ส่วนการเปิดตัวไม่ปีนี้ ก็ต้นปีหน้าเลยครับ
  ยังมีอีกคันที่น่าติดตาม นั่นคือ Kia Carnival โฉมใหม่ ที่มันเปลี่ยนไปมาก จากหน้ามือเป็นหลังมือกันเลยทีเดียว ด้วยรูปร่างหน้าตาที่ออกแบบใหม่ให้สวยขึ้น หรูขึ้น มีระดับขึ้น และยังคงซึ่งความกว้างของห้องโดยสารไว้ครบครัน โดยมากับกระจังหน้าแบบ Tiger Nose เอกลักษณ์ของค่าย ไฟหน้าใหม่ที่เชื่อมติดกับกระจังหน้า ออกแบบตามสไตล์รถสมัยใหม่ เส้นสายที่ดูเรียบร้อยแต่มีมัดกล้าม ดูสะอาดตาดี และยังออกแบบตามสไตล์รถยุโรปอีกด้วย โดย All-New Kia Sedona/Carnival ถูกพัฒนาขึ้นตัวรถและงานวิศวกรรมในสหรัฐอเมริกาและเกาหลีด้วยความปรารถนาที่ อยากจะให้ตัวรถมีการขับขี่ที่ดีขึ้นและมีดีไซน์ที่ทันสมัย มีวัสดุคุณภาพสูงและเทคโนโลยีระดับพรีเมี่ยม เครื่องยนต์นั้นยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด ส่วนการเปิดตัวน่าจะอยู่ในช่วงปีหน้ามากกว่าปลายปีครับ

Lamborghini
   ค่ายกระทิงดุในเมืองไทย Lamborghini ภายใต้การบริหารของ Niche Cars ภายในครึ่งหลังของปีนี้ น่าจะมีความน่าสนในให้ชาวไทยเราได้ชมกันแน่นอนครับ และตัวเด็ดสำคัญนั้นคงหนีไม่พ้น Lamborghini Huracan ที่เปิดตัวไปเมื่อต้นปีนั่นเอง รูปร่างของรถดูออกได้เลยว่าได้รับอิทธิพลมาจากรถสปอร์ตน้ำหนักเบาอย่าง Lamborghini Sesto Element Concept มีรูปลักษณ์แอบคล้ายๆรุ่นพี่อย่าง Aventador ปนด้วย มากับกรอบไฟหน้าและไฟท้ายเป็นแบบ LED เต็มรูปแบบซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ถือเป็นครั้งแรกของรถซูเปอร์คาร์ในระดับเดียวกัน 
    เครื่องยนต์นั้นมากับขุมพลังบล็อกใหม่ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 5.2 ลิตร V10 ซึ่งผ่านมาตรฐาน EURO6  มากับพละกำลัง 610 แรงม้าที่ 8,250 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 560 นิวตัน-เมตรที่ 6,500 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ดูอัลคลัตช์ Lamborghini Doppia Frizione (LDF) 7 สปีด ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมโหมดการขับขี่ให้เลือกสามแบบคือ Strada, Sport และ Corsa แต่ละโหมดจะเน้นที่การทำงานของระบบเกียร์ คันเร่ง ท่อไอเสีย ช่วงล่างและส่วนอื่นๆ โดยมาพร้อมระบบเบรกคาร์บอนเซรามิกเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และยังอัตราเร่ง 0 - 100 กม./ชม. ในเวลาแค่ 3.2 วินาที 0-200 กม./ชม. ใน 9.9 วินาที ซดน้ำมันเฉลี่ย 8 กม./ลิตร
   ส่วนการเปิดตัวน่าจะอยู่ในช่วงใดช่วงหนึ่งของครึ่งหลังของปีแน่นอนครับ แต่ยังไม่ฟันธงเวลาการเปิดตัวแน่ชัด


Lexus
   ค่ายเลกซัสในเมืองไทย เมื่อต้นปีก็ส่งผลิตภัณฑ์ใหม่มาให้ชาวไทยชมกันแล้วก็คือ Lexus CT200h รุ่นปรับโฉมใหม่ และทางเลือกใหม่อย่าง Lexus ES300h แน่นอนในครึ่งหลังของปีนี้จะมีไฮไลต์เด็ดให้เราได้ชื่นชมกันอีกเป็นแน่นอน
   ขอเริ่มที่เอสยูวีสุดหล่อรุ่นใหม่อย่าง Lexus NX ก่อนเลย ซึ่งหน้าตาของรถถูกขัดเกลาจากต้นแบบ Lexus LF-NX Concept จากที่ดูแปลกตาพอสมควร กลายเป็นว่าพอมาอยู่ในคันจริงดูเรียบร้อยกว่าเดิมมาก กลายเป็นรถที่หน้าตาดีกว่าเดิมเลย ดูแล้วหล่อกว่าพี่ชายของมัน RX ด้วยซ้ำ ด้วยหน้าตาอันเป็นเอกลักษณ์แบบ Spindle Grille และมากับเส้นสายที่ดูสปอร์ตสวยงาม ดูดุดันด้วยมัดกล้ามสมกับเป็นรถ SUV ซึ่งยังคงไว้ซึ่ง DNA ของคันต้นแบบไว้แทบทุกอย่างเลย

   ไฮไลต์เด็ดๆที่ค่ายนี้นำเสนอก็คือขุมพลังซึ่งเป็นครั้งแรกของทาง Lexus และ Toyota ที่ตามกระแสด้วยการ Downsizing ลดขนาดเครื่องยนต์แล้วพ่วงเทอร์โบ งานนี้ Lexus นำเสนอเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 4 สูบพ่วงเทอร์โบชาร์จ ที่คาดว่าจะประจำการใน 2 รุ่นย่อย ได้แก่ NX200t และ NX200t F Sport กับ NX200 ธรรมดาแบบไร้ระบบอัดอากาศ และยังคงมีทางเลือกขุมพลังไฺฮบริด NX300h อีกด้วย ระบบขับเคลื่อนมีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหน้าและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ

    สำหรับระบบความปลอดภัยนั้นก็นับว่าติดตั้งให้ครบครัน อาทิ cruise control ที่แปรผันความเร็วโดยอาศัยการทำงานของ Dynamic Radar ในทุกช่วงความเร็วรถ ส่วนระบบความปลอดภัยพื้นฐานมีระบบ Blind Spot Monitor เตือนจุดอับสายตา และ Rear Cross Traffic Alert แจ้งเตือนเมื่อมีรถวิ่งเข้ามาทางด้านข้างขณะถอยออกจากที่จอด การเปิดตัวจะมีขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้แน่นอนครับ
   และรถอีกคันที่คาดว่า Toyota Motor Thailand จะนำเข้ามาให้ใช้ก็คือรถสปอร์ตคูเป้ตัวใหม่อย่าง Lexus RC ซึ่งใช้พื้นฐานของ Lexus IS ในการสร้าง หน้าตาของรถนั้นได้รับอิทธิพลมาจาก 2 คอนเซปต์อย่าง LF-CC และ LF-LC ซึงหน้าตาของรถต้องบอกได้เลยว่าสปอร์ตโฉบเฉี่ยวเอามากๆ เส้นสายเฉียบคมต่อเนื่องไปจนถึงด้านท้ายรถ กรอบไฟหน้า LED รูปทรงสามเหลี่ยมสุดโฉบเฉี่ยว มาพร้อมกับกันชนท้ายรถทรงโหด ดุดัน สร้างความน่าเกรงขามไม่น้อย   ตัวรถมีมิติมีขนาดตัวถังยาว 4,693 มม. สูง 1,394 มม.และกว้าง 1,838 มม. มีระยะฐานล้อ 2,730 มม. ภายในห้องโดยสารยกมาจาก Lexus IS ได้ทั้งหมด ผสมผสานความสปอร์ตและหรูหราเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว บนคอนโซลมีหน้าจอขนาด 7 นิ้วพร้อมระบบนำทางเนวิเกเตอร์ คอนโซลใช้สีดำสลับด้วยสีน้ำตาลอ่อนของเบาะที่นั่งและแผงข้างประตู บริเวณคอนโซลกลางมีฟังก์ชั่น Remote Touch Interface ควบคุมการทำงานด้วยระบบสัมผัส

   เครื่องยนต์ที่ใช้ในไทยน่าจะเป็นรุ่น RC300h ซึ่งRC300h ทีน่าจะวางเครื่อง 2.5 ลิตร 4 สูบ 181 แรงม้า ผนวกกับมอเตอร์ไฟฟ้า รวมกำลังทั้งระบบ 223 แรงม้า การเปิดตัวในไทยน่าจะอยู่ในช่วงปลายปีนี้ครับ

Mazda
   ค่าย Mazda ได้ปฏิวัติวงการ C-Segment ในเมืองไทยด้วยกันเปิดตัว All-New Mazda 3 ใหม่ที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีครบครัน โดยตัวชูโรงก็คือเทคโนโลยี SkyActiv อันลือลั่นที่เป็นสิ่งที่ทำให้รถตระกูล SkyActiv ขายได้กว่า 1 ล้านคันทั่วโลกแล้ว และแน่นอนการมาของ Mazda 3 ครั้งนี้ สร้างความสนใจแก่ชาวไทยอย่างล้นหลาม ด้วยหน้าตาที่หล่อเหลากว่าใครในตลาดเลยทีเดียว ทำให้ได้ใจผู้บริโภคจนยอดจองถล่มทลาย ซึ่งตอนนี้ส่งมอบรถไปแล้วกว่า 1 พันกว่าคัน และยังมี Back Order อีกหลายคันพอสมควร และแน่นอนความดีของรถคันนี้ก็มีตัวการันตีความเทพ ด้วยยอดขายเดือน เม.ย. ที่ถีบ Civic ที่ปรับนิดหน่อย จนคนหมั่นไส้ โดนเจ้า 3 ถีบกระเด็น หล่นไปอยู่ที่ 3 กับยอด 817 คัน และ Mazda ก็กลายเป็นอันดับ 2 ในตลาด C-Segment ด้วยยอดขาย 1,097 คันในทันทีครับ

   ในครึ่งหลังของปีนี้มีตัวเลือกสุดเด็ดที่น่าติดตามอีกคัน และไม่แน่ว่ามันจะเป็นตัวพลิกตลาด B-Segment ในไทยอีกก็ได้ หลังจากที่ Honda ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับ City และ Jazz ไปแล้ว งานนี้ Mazda คงเตรียมล้มมวยอย่าง Honda Jazz ในไทยโดยเฉพาะ และคู่ปรับอย่าง Ford Fiesta และที่เราพูดถึงก็คือ All-New Mazda 2 ครับ

   All-New Mazda 2 จะมีรูปร่างหน้าตาที่อ้างอิงมาจาก Mazda Hazumi Concept ตามรูปแน่นอนครับ ด้วยหน้าตาที่โฉบเฉี่ยวและสปอร์ต ดุจรุ่นพี่อย่าง Mazda 3 และ Mazda CX-5 รวมถึง Mazda 6 ด้วย ครับ ด้วยแนวการออกแบบแนวเดียวกับรุ่นพี่ Kodo Design พร้อมกระจังหน้า Signature Wing อันเป็นเอกลักษณ์ ส่วนรุ่นซีดานซึ่งยังไม่เห็นรูปร่างเลย ก็คงจะใช้วิธีการคือต่อท้ายเข้าไปโดยไม่ต้องออกแบบประตูหลังใหม่เหมือนกับ Mazda 3 โฉมใหม่ที่ทำมาแล้ว ซึ่งเป็นการลดต้นทุนได้เยอะ
   ขุมพลังที่ใช้คาดการณ์ว่าจะเป็นขุมพลังเบนซิน 1.5 ลิตร SkyActiv-G แบบเดียวกับที่ใช้ใน Mazda Demio (ชื่อของ Mazda 2 ญี่ปุ่นเค้านั่นหละ) ส่งกำลังด้วยเกียร์ SkyActiv-Drive แน่นอนว่าตัวรถต้องมากับน้ำหนักเบาและประหยัดน้ำมันเป็นเลิศแน่นอน
   การเปิดตัวมีการคาดการณ์ว่าจะเปิดตัวครั้งแรกในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคมที่งาน Paris Motor Show 2014 จากนั้นเมืองไทยก็จะเปิดตัวในช่วง Motor Expo 2014 "เป็นอย่างเร็วที่สุด" และจะใช้สีโปรโมทสีแดงแน่นอนครับ งานนี้ Honda หนาวหน่อยก็ดีนะ

Mercedes-Benz
   ค่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เมื่อต้นปีส่งของใหม่ลงตลาดหลากหลายรุ่นด้วยกันครับ โดยเฉพาะ 2 ไฮไลต์เด็ด ก็คือรถครอสโอเวอร์ตัวใหม่อย่าง GLA200 และ C-Class โฉมใหม่หมดจด สร้างความกระหึ่มกับตลาดรถหรูเมืองไทยได้อย่างมากเลยทีเดียว แม้ว่าในช่วงครึ่งปีหลังไม่น่ามีของใหม่จากค่ายนี้มาเปิดตัวในไทยเลย ก็เราก็พอคาดเดาได้นิดนึงครับ
   หลังจากที่ Mercedes-Benz ปล่อยของ C-Class ใหม่ไปแล้ว โดยเบื้องต้นจะมี 2 รุ่นย่อย นั่นคือ C180 และ C250 AMG ซึ่งคาดว่าในครึ่งหลังของปีน่าจะมีการเสริมไลน์เพิ่มเติม น่าจะมีการเพิ่มรุ่นย่อยต่อจาก 2 รุ่นแรกที่เปิดตัวไป ไม่ว่าจะเป็น C200 C220 อะไรประมาณนี้ครับ และไม่แน่ว่าทาง MBTH อาจเอา C300 Bluetec Hybrid มาขายก็ได้นะครับ แต่ประเด็นสำตคัญไม่ใช่ตรงนี้ครับ เพราะในช่วงไตรมาสที่ 3 หรือ 4 ไม่แน่ใจ คาดว่า MBTH จะมีการประกอบ C-Class โฉมใหม่ในประเทศไทย ซึ่งจะทำให้ค่าตัวรถถูกกว่าเดิม และสามารถบวกออปชั่นเพิ่มได้แบบสบายๆ ฉะนั้นก็ต้องรอกันต่อไปครับ
   ดูของใหม่เมืองไทยแล้ว มาดูที่ตลาดโลกซึ่งจะมีรถใหม่มาให้ดูมากกว่าอีก ขอเริ่มต้นที่สปอร์ตรุ่นใหม่ตัวตายตัวแทน SLS AMG ที่ทางค่ายดาวสามแฉกน่าจะใช้ชื่อกทำตลาดว่า Mercedes-Benz AMG GT ที่มีการเผยรูปภายในรถแล้ว และล่าสุดก็มีการส่งภาพตัวรถแบบคร่าวๆมาให้เราชมกันด้วย
   ทางค่ายดาวสามแฉกบอกว่า จะมีการเผยโฉมด้านไดนามิกของตัวรถเร็วๆนี้ จากนั้นก็จะเผยข้อมูลเกี่ยวกับพละกำลังในช่วงเดือนกรกฎาคม ส่วนตัวรถจะได้รับการเปิดตัวในตลาดโลกเดือนสิงหาคมครับ ฉะนั้นรอกันได้เลย
   หันมาดูเจ้านี่กันบ้าง Mercedes-Benz B-Class Minor Change ที่กำลังจะได้รับการไมเนอร์เชนจ์เพื่อต่อกรกับ BMW 2-Series Active Tourer ใหม่จากค่ายใบพัดฟ้าขาว ที่คาดว่าจะเปลี่ยนหน้าตาให้เข้ากับยุคใหม่ของค่ายนี้ การเปิดตัวน่าจะมีในช่วงไตรมาสที่ 3-4 ของปีนี้ ส่วนไทยรอปีหน้าครับ
   ต่อด้วย Mercedes-Benz CLS Minor Change รถซีดานคูเป้สุดหล่อที่ถึงเวลาอัพหน้าใหม่อีกครั้ง ซึ่งแน่นอนต้องมีการอัพตาม Theme การออกแบบยุคใหม่อีกตามเคย ภายในนั้นมีการเปลี่ยนแปลงใหม่โดยติดจอสไตล์ Ipad เครื่องยนต์และระบบส่งกำลังไม่น่าเปลี่ยนมากเท่าไหร่ครับ การเปิดตัวก็น่าจะอยู่ในช่วงไตรมาสที่ 3-4 เช่นกัน เมืองไทยก็น่าจะมาปีหน้าเป็นอย่างช้า
   อีกคันก็คือ Mercedes-Benz CLA-Class Shooting Brake ซึ่งก็คือซีดานคูเป้ตัวเล็กต่อท้ายนั่นเองครับ รายละเอียดเครื่องยนต์ไม่ต่างจากตัวซีดาน การเปิดตัวก็ตามอย่างข้างบนครับ เมืองไทยก็น่าจะเป็นปีหน้าครับ
MG
   ค่าย MG Thailand ภายใต้การกุมบังเหียน 2 ยักษ์ ก็คือ SAIC Motor ประเทศจีน และ เครือเจริญโภคภัณฑ์ CP เมืองไทย ซึ่งมาตั้งโรงงานผลิตรถ MG ส่งออกต่างประเทศ และขายในเมืองไทยด้วย เมื่อเดือนมีนาคมและเมษายนที่ผ่านมาก็ได้เผยโฉม MG6 ทั้งสองแบบตัวถังที่ประกอบในเมืองไทยออกมาเรียบร้อย ซึ่งก็มีคนไทยหลายคนสนใจพอสมควรครับ ค่าย MG เนี่ยถือว่าเป็นรถอังกฤษแต่อยู่ในการควบคุมของจีนแล้วนะครับ 
   หน้าตาของรถก็ถือว่าออกแบบมาค่อนข้างใช้ได้ แต่อาจไม่โดดเด่นเท่า C-Segment บ้านเรา พวก Altis Civic อะไรทั้งหลาย ตัวรถได้รับการออก แบบและพัฒนาตามแบบฉบับของรถยนต์อังกฤษ มากับหน้าตาที่ค่อนข้างดูดีมีราศีพอสมควร แต่ก็อาจจะล้าสมัยไปเสียหน่อย เพราะจำหน่ายในตลาดโลกมากว่า 3 ปีแล้ว ตัวรถนั้นเป็นการนำเอาตัวถังของ Roewe 550 ที่จำหน่ายในจีนมาปรับและออกแบบใหม่ดูดีมีสไตล์กว่าเดิมมากขึ้น เอาแล้วสิ ฟังแล้วน่ากลัวเพราะมาจากจีน แต่ไม่ต้องห่วงครับ เพราะรถที่จำหน่ายในบ้านเราผลิตในไทย ประกอบโดยคนไทย น่าจะดูดีมีคุณภาพไม่น้อยหน้าใคร ส่วนภายในนั้นมากับการออกแบบที่ดูดีพอสมควร แต่ก็ดูเชยๆ คอนโซลหน้าชวนนึกถึง BMW 3-Series E90 มีการใช้วัสดุคุณภาพค่อนข้างดี การประกอบเนี้ยบกว่าที่คาดการณ์ไว้  

   สำหรับเครื่องยนต์นั้นมีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ เครื่องยนต์ 1.8 ลิตรธรรมดา และ 1.8 ลิตรเทอร์โบ ที่มากับพละกำลัง 161 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์แบบคลัตซ์คู่ 6 สปีด 
   ส่วนเรื่องระบบบความปลอดภัย ทาง MG6 จัดมาให้ครบครัน ไล่กันตั้งแต่ระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบช่วยกระจายแรงเบรก EBD ระบบป้องกันการลื่นไถล TCS ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS ระบบตรวจสอบแรงดันยางรถยนต์อัจฉริยะ ITPMS และยังมากับโครงสร้างนิรภัยแบบยุโรป คานเหล็กนิรภัยเสริมกันกระแทกรอบคัน

     MG6 มีให้เลือก 2 แบบตัวถัง ก็คือ ซีดาน 4 ประตูและแฮตซ์แบค 5 ประตู ราคาจำหน่ายยังไม่มีการประกาศจนกว่าจะเริ่มวางขายในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ ตามที่ได้ข่าวมา แต่ก็น่าจะอยู่แถวๆเริ่มต้นที่ 8 แสนบาท โดยทาง MG มีแผนจะตั้งศูนย์ตัวแทนจำหน่ายในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล 6 แห่ง และต่างจังหวัดอีก 16 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งตอนนี้เปิดให้เราลงทะเบียนทดลองขับเรียบร้อยแล้วครับ สามารถเข้าไปลงทะเบียนได้ตามเว็บ http://www.mgcars.com/testdrive# ได้เลยครับ ส่วนการเปิดตัวเราได้รับข่าวมาแล้วว่า จะทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ "20 มิถุนายน" ที่สยามพารากอน มาดูกันว่ามันจะไปได้สวยหรือไม่ รอชมต่อไปครับ


MINI
   ค่ายมินิ ในเมืองไทยปีนี้ก็มีการเปิดตัว MINI Cooper โฉมใหม่แล้วแทบจะครบทุกรุ่นย่อย ถูกใจไม่น้อยเลย มาเร็วได้ใจครับ ซึ่งในช่วงไตรมาสที่ 3 น่าจะมีการประกาศราคาออกมาให้ชาวไทยทราบกันซักทีครับ สำหรับครึ่งหลังของปี ไม่น่ามีของใหม่ในไทยแล้ว แต่ในตลาดโลกมีให้ลุ้นเยอะกว่าครับ
   หลังจาก MINI เผยโฉม Cooper Hatch ไปแล้ว ฉะนั้นทีนี้ก็ได้เวลาของเวอร์ชั่นรับลมเปิดประทุนนั่นก็คือ MINI Cooper Convertible ที่หน้าตาไม่ต้องมโนกันมาก ก็ MINI ตัดหลังคาออกนั่นแหละครับ เครื่องยนต์และระบบส่งกำลังต่างๆก็คงเหมือนกับตัวแฮตซแบ็ค การเปิดตัวในครึ่งหลังของปี น่าจะมีช่วงไตรมาสที่ 3 เป็นอย่างเร็วที่สุดครับ

   ต่อด้วยอีกคันหนึ่ง MINI Cooper Clubman ที่ทางค่ายได้เผยโฉมต้นแบบไปแล้วเรียบร้อยผ่าน Clubman Concept โดยเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนครั้งสำคัญของค่ายรถเล็กแฟชั่นค่ายนี้เลยก็ว่าได้ หลังจากที่ได้ฟังคำบ่นของลูกค้าของประเทศที่ใช้รถพวงมาลัยขวา ที่ MINI Clubman MK2 และ MK3 ไม่ทำประตูตู้กับข้าวแบบ 2 ฝั่ง เพื่อให้ผู้โดยสารเข้าออกสะดวก ซ้ำยังประตูเล็กนี้ยังแคบเสียด้วย งานนี่มีการเปลี่ยนจากประตู ตู้กับข้าวแค่ฝังขวากลายเป็นประตูคู่หลังบานใหญ่ 2 บาน ซึ่งรูปร่างตัวรถนั้นยังคงไว้ซึ่ง DNA ของ MINI ครบถ้วน โดยเฉพาะครึ่งคันหลังนั้น ถือเป็นการพลิกการออกแบบครั้งสำคัญของค่ายนี้เลย ซึ่ง MINI มักจะยึดแต่รูปแบบเดิมๆ ดังนั้นได้เวลาเปลี่ยนกันแล้วครับ เปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีขึ้น ดีกว่าอยู่ในบรรทัดฐานเดิมๆ จริงมั้ยครับท่านผู้อ่าน เครื่องยนต์ก็น่าจะใช้ขุมพลังแบบตัวแฮตซ์แบ็ค การเปิดตัวน่าจะอยู่ในช่วงใดช่วงหนึ่งในครึ่งหลังของปี แต่เรายังไม่ทราบครับ ถ้ามีข่าวเราจะมา Update แน่นอน
   ต่อกันที่ MINI เวอร์ชั่นใหม่ที่เราก็ไม่คิดว่ามันจะมีออกมาด้วยหรือ นั่นก็คือ MINI Cooper 5 ประตู ที่
มากับประตูคู่หลังดูเล็ก พอสมควร แต่ก็พอเข้าออกได้ โดยหลายฝ่ายคาดการณ์ว่ารุ่นนี้จะมาเอาใจคนหนุ่มสาวที่เพิ่งจะมีครอบครัวหรือ มีลูกเล็กๆ เลยไม่ได้เน้นเรื่องการเข้า-ออกประตูหลังเท่าไหร่
   เครื่องยนต์นั้นคาดว่ายกชุดมาจาก MINI Cooper รุ่น 3 ประตูทั้งหมด โดยตัวรถจะยาวขึ้น 50 มม. จากรุ่น 3 ประตู เบาะนั่งตอนหลังมีให้เลือกระหว่างเบาะนั่งแยก 2 ที่นั่งหรือที่นั่งแบบยาวสำหรับนั่ง 3 คนสำหรับการเปิดตัว Mini Cooper รุ่น 5 ประตู คาดว่าจะได้เห็นภายในช่วงปีนี้แน่นอนครับแต่ยังไม่รู้
ถ้ามีข่าวเราจะมา Update เช่นกันครับ
   อีกคันที่น่าติดตามก็คือ MINI Cooper JCW ที่เคยเผยโฉมต้นแบบไปแล้วเมื่อต้นปีที่งานดีทรอยด์ 2014 โฉมจริงก็คงไม่ต่างไปจากนี้ครับ ด้านเครื่องยนต์นั้นคาดการณ์กันว่าจะเป็นบล็อก 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ให้พละกำลังราวๆ 217 แรงม้าครับ การเปิดตัวน่าจะอีกไม่นานเกินรอครับ
    และจะปิดท้ายด้วยสองคู่หู MINI Countryman และ Paceman ที่ได้ปรับปรุงตัวรถใหม่เพื่อเพิ่มความสดใหม่ให้กับตัวรถ การเปลี่ยนแปลงของตัวรถนั้นแทบจะต้องเพ่งพินิจพิจารณาัันซักหน่อยครับ แน่นอนครับว่าหน้าตาเดิมๆของมันก็ดีอยู่แล้ว โดยกระจังหน้าได้รับการเปลี่ยนแปลงใหม่โดยมีช่องดักอากาศเป็นทรงเมล็ดข้าว ติดตั้งไฟวิ่งกลางวันแบบ LED ไฟตัดหมอกใหม่แบบ LED ไฟท้ายเปลี่ยนเลนส์ข้างในไฟใหม่ ออกแบบล้ออัลลอยใหม่ทั้งหมด ฝาท้ายมีการติดตัวอักษร Countryman เพิ่มความโดดเด่นยิ่งกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีการติดแผ่นกันรอยใต้ท้องรถรอบคันในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ All4 และยังมีการเพิ่มสีใหม่ 3 สีด้วยกัน ได้แก่ สีเขียว Jungle Metallic, สีเทา Midnight Metallic และสีฟ้า Starlight Metallic ครับสำหรับห้องโดยสารไม่ได้ไปแตะต้องอะไรมากนัก มีการเปลี่ยนแปลงในส่วนคันเกียร์ที่ปรับปรุงใหม่เพิ่มขอบโครเมี่ยม มีการปรับปรุงคอนโซลกลางเล็กน้อย และเพิ่มวัสดุซับเสียงภายในห้องโดยสาร

      สำหรับเครื่องยนต์นั้นยังคงไว้ซึ่งขุมพลังเดิมครบถ้วนทั้งเบนซินและดีเซล แต่มีการเปลี่ยนแปลงแค่ในรุ่น Cooper S Countryman เท่านั้น ซึ่งเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 4 สูบพร้อมเทอร์โบแบบ Twin Scroll มาพร้อมพละกำลังแรงขึ้น 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 240 นิวตัน-เมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 7.5 วินาที สองคันนี้เมืองไทยน่าจะมาให้เห็นปลายปีนี้อย่างเร็วครับ


Mitsubishi
   ค่ายสามเพชร Mitsubishi ห่างหายจากการเปิดตัวรถโฉมใหม่มานานมากครับ ล่าสุดก็มีแต่ Attrage ที่เป็นโฉมใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว ส่วนในปีนี้ก็มี Pajero Sport Minor Change ก่อนโฉมใหม่จะตามมาในช่วงปีหน้า แต่ขอบอกเลยปีนี้มีอะไรให้เราตื่นเต้นแน่ และก็เป็นสิ่งที่เรารอคอยมานานมากด้วย
   ที่พูดถึงก็คือ Mitsubishi Triton นั่นเองครับ แน่นอนว่ากระบะรุ่นนี้มันได้เวลาที่จะเปลี่ยนโฉมกันแล้วครับ หลังจากที่วางขายมานานโขเลยทีเดียว โฉมปัจจุบันที่เราใช้กันอยู่ มันมีรูปร่างที่โค้งเยอะและแหวกแนวอวกาศจนทำให้บางคนแอบหมั่นไส้เล็กน้อย แต่ก็ยังมีคนหลงรักในความเป็นตัวมันไม่น้อย ซึ่งแน่นอนครับ เมื่อต้นปีที่ผ่านมากก็มีภาพหลุดตัวรถออกมาวิ่งแล้ว ซึ่งเป็นภาพแรกและภาพเดียว จากนั้นก็ไม่มีอีกเลย งานนี้ค่าย Mitsubishi ปิดบังได้เก่งจริงๆครับขอชม ดีไซน์ ตัวรถก็จะได้รับอิทธิพลมาจาก GR-HEV Concept (รูปบน)แต่อาจ Tone Down ดีไซน์ลงมาให้ดูซอฟท์ลง ซึ่งคาดว่าดูดีกว่าเดิมที่หลายคนอาจไม่ชอบเพราะไม่มีความเป็นกระบะซักเท่า ไหร่นัก แต่ยังไงก็ตามมันจะมีดีไซน์ที่ไม่น่าเบื่อแน่นอน ซึ่งแนวการออกแบบครั้งนี้จะเน้นความสวยงามเพิ่มขึ้น ไม่เน้นเหลี่ยมสันเกินไป และสิ่งที่ Mitsubishi จะโปรโมทตัวเองก็คือ ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ 
   นาย Tony Principe ผอ.ฝ่ายการตลาด Mitsubishi ประเทศออสเตรเลีย ได้กล่าวไว้เมื่อต้นปีว่า All-New Mitsubishi Triton โฉมใหม่ จะมีคุณค่าที่เหนือกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ และยังคงรักษาคุณค่าเดิมของ Triton ตัวเก่าเพื่อตอบสนองลูกค้าในกลุ่มของค่ายนี้ได้ โดยตัวรถจะทำการติดตั้งระบบความปลอดภัยที่มากกว่ามาตรฐานเดิมๆของรถกระบะ และจะมีห้องโดยสารที่กว้างขว้างขึ้น ด้วยการออกแบบที่เน้นเหลี่ยมสันกว่าเดิม แต่จะยังคงรักษาความเฉียบคมแบบตัวปัจจุบันไว้ 

   ด้านเครื่องยนต์นั้นคาดว่าจะมีการใช้เครื่องเครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตรบล็อกใหม่ที่สามารถทำงานได้ดีกว่าเดิม และมีประสิทธิภาพสูงขึ้นอีกด้วยครับ ส่วนการเปิดตัวคาดว่าจะตามหลัง Nissan Navara 1-2 เดือนครับ 

Nissan
   ปีนี้น่าจะเป็นปีทองของค่าย Nissan เพราะมีรถนำโชคอย่าง Nissan Juke มาเสริมทัพ ทำให้ยอดขายกระเตื้องกว่าเดิม และยังมี Livina พ่วงตามออกมาอีก ส่วนรถที่มีสถานการณ์น่าสงสารก็น่าจะเป็น Nissan Pulsar ขนาดเอาเวอร์ชั่น Turbo มาล่อเป้า ก็ยังไปไม่ถึงฝันเสียที ในครึ่งหลังของปีนี้ มีสิ่งที่น่าสนใจให้เราได้ชื่นชมอีกแน่นอน 2 รุ่นครับ และแน่นอนทั้งสองคันเป็นโฉมใหม่หมดจด และเป็นคันที่ใครๆก็รอคอยมันทั้งนั้น

   ขอเริ่มที่คันนี้ก่อนเลย All-New Nissan Navara ใหม่ ซึ่งขอบอกเลยว่า รถคันนี้แหวกขนบธรรมเนียม รถใหม่ในค่าย เพราะ ไม่มีการ Test หรือทดสอบวิ่งบนถนนให้ชาวไทยได้เห็นรูปร่างหรือสัดส่วนของมันแม้แต่นิดเดียว คงจะเป็นเพราะว่าไม่อยากให้ค่ายอื่นเห็นงานวิศวกรรมของตน แล้วลอกเลียนแบบตาม ขอบอกเลยงานนี้ ต้องร้องเพลงรอจริงๆครับ

   หน้าตาของรถไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเคยเห็นว่าหน้าตาของมันเป็นยังไงเลย ฉะนั้นเราก็มโนไปว่า หน้าตาของรถอาจจะมากับ Theme การออกแบบใหม่ของ Nissan ซึ่งอาจจะคล้ายๆ กับ Nissan Murano ใหม่ แต่หน้าตาก็ไม่ได้เว่อร์ขนาดนั้น ก็ต้องมีเหลี่ยมสันและความโค้งเข้าไปหน่อย เพื่อให้สมกับเป็นรถกระบะครับ แต่ถึงแม้ไม่มีใครเห็นหน้าตา ก็ยังมีคนมโนเก่งๆวาดรูปมันตามความคิดของเขาออกมาครับ ขอบคุณภาพจาก MZ Crazy Car Thailand ด้วย

   ว่ากันว่าเจ้ากระบะ All-New Nissan Navara จะมากับเครื่องยนต์บล็อกใหม่ดีเซล 2.3 ลิตร ที่มากับพละกำลังสูงถึง 200 แรงม้า เครื่องบล็อกเท่านี้ แต่แรงเท่า 3.2 ลิตร ของ Ford Ranger และ 2.8 ลิตร ของ Chevrolet Colorado เลยครับ

   และที่สำคัญกว่านั้น ชาวไทยเตรียมสัมผัสเจ้า Navara ใหม่ก่อนใครในโลก ด้วยการเปิดตัวแบบฉับไวสายฟ้าแลบของ All-New Nissan Navara ใหม่ ภายในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ครับที่เซ็นทรัลเวิลด์  ก่อนหน้านี้ เพื่อนสมาชิกในแฟนเพจผู้เขียนที่ทำงานให้กับบริษัทขายรถ Nissan ได้มาบอกผู้เขียนว่ากระบะ Nissan Navara ใหม่ เลื่อนเปิดตัวเป็นเดือนกรกฎาคม เพราะเหตุการณ์ทางการเมือง แต่แล้วเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังจากที่เพื่อนสมาชิกท่านนี้มาเล่าให้ผู้เขียนฟัง เราก็ได้รับข่าวจากทางเพจของเว็บหัวไฟว่า “Nissan Navara โฉมใหม่ จะทำการเปิดตัวแบบฉับไวสายฟ้าแลบ ภายในวันที่ 11 มิถุนายน นี้” ขอบอกเลยงานนี้ไม่ธรรมดา ไวจนค่ายอื่นต้องเงิบ ซึ่งน่าจะเป็นการมากลบกระแสของ All-New Toyota Hilux ที่แอบมาวิ่งทดสอบเรียกร้องความสนใจบ่อยๆ และก็มากับจุดประสงค์เดียวกัน ก็คือเพื่อกลบกระแส Navara และ Triton โฉมใหม่ที่กำลังจะมานั่นเองครับ อีกไม่นานได้เห็นแน่นอน ฉะนั้นอีกไม่นานรอชมได้ครับ
     และอีกคันที่คนไทยรอคอยกันมานานแสนนานก็คือ Nissan X-Trail โฉมใหม่นั่นเองครับ ซึ่งโฉมเก่าตอนนี้กำลังประสบสถานการณ์อย่างหนัก ด้วยความที่เป็นรถนำเข้าและคนคงไม่สนใจมันมาก ขายได้เดือนละ 2-3 คันเป็นอย่างมาก ฉะนั้นโฉมใหม่คือสิ่งเดียวที่จะมาแก้สถานการณ์ได้ครับ และที่สำคัญ โฉมใหม่ของ X-Trail จะประกอบภายในประเทศไทยด้วยครับจะบอกให้

   หน้าตาของรถนั้นก็มาแนวคล้ายๆกับ Nissan ทุกรุ่นที่ผ่านมาครับ มากับหน้าตาที่ดูหรูหราและสวยงามเลยทีเดียว ซึ่งคนไทยหลายคนที่เห็นรูปก็ถูกใจไม่น้อย ที่เห็นจะชอบและแปลกใจคือหลังคา Panaromic ขนาดใหญ่ที่คนไทยอยากให้ติดมาในโฉมไทยด้วย ตามประสาคนบ้า Option ภายในรถ ซึ่งไม่แน่ Nissan อาจจะให้แค่ซันรูฟหรือไม่ก็ตัดออกไปเลย แต่ยังไงเราก็ต้องรอครับ
   ภายในนั้นก็ออกแบบให้หรูหราน่าสัมผัสกว่าเดิมเอามากๆและที่สำคัญมี 7 ที่นั่งด้วย เท่ากับ Chevrolet Captiva เลย แน่นอนอยู่่แล้วว่า เจ้าคันนี้จะต้องมาแข่งกับ Honda CR-V,Mazda CX-5,Subaru XV หรือจะเป็น Hyundai Tucson ในเมืองไทยแน่นอน ด้านเครื่องยนต์นั้นคาดว่าจะยกขุมพลังมาจาก Nissan Teana โฉมล่าสุดไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรและ 2.5 ลิตร 
   และที่เราลุ้นอยู่ก็คือ การเปิดตัวของมัน ตอนแรกเราคาดการณ์มันว่า มันจะเปิดตัวภายในเดือนมีนาคม ช่วงมอเตอร์โชว์ ก็แต่ไม่เห็นแม้แต่เงา คงเป็นเพราะการมาแบบไม่จำใจมาของ Livina สิทธิพิเศษที่พ่วงตูด Juke มา ส่วนกลางปีก็ให้ Navara เค้าเปิดก่อน แต่ล่าสุดเราก็ได้ข่าวมาว่า Nissan มีปัญหาในเรื่องการตั้งสายการผลิตรถ เพราะรถคันนี้ต้องใช้โครงสร้างร่วมกับ Renault (รุ่นไหนหว่า) จึงมีความล่าช้า ซึ่งการเปิดตัวน่าจะอยู่ในช่วงเดือนตุลาคมครับ ฉะนั้นใครแฟนนิสสันรอชมได้เลยครับ 

Subaru
   ค่ายดาวลูกไก่ ประสบความสำเร็จกับ XV อย่างสวยงาม และเพิ่งส่ง Product ใหม่ล่าสุดลงสู่ตลาด ก็คือ Subaru WRX ตัวใหม่ และแน่นอนคันต่อไปจะต้องเป็น WRX STi แน่นอนครับ
   ตัวรถไม่ได้ต่างอะไรมากกับ Subaru WRX ที่เผยโฉมเมื่อปลายปีที่แล้วเท่าไหร่นักครับ หน้าตารถนั้นมีการเปลี่ยนแปลงส่วนกระจังหน้าใหม่ติดโลโก้ STI เพิ่มความแตกต่าง กันชนท้ายนั้นมากับสปอยเลอร์ขนาดใหญ่ และล้ออัลลอยสีทองขนาดใหญ่ ส่วนภายในก็น่าจะต่างจาก STI มากนัก โดยตัวรถจะโปรโมทเป็นสีน้ำเงินอันเป็นสีเอกลกัษณ์ของ WRX STI อยู่แล้วครับ
   เครื่องยนต์นั้นมากับเครื่องบล็อกแรง เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร 4 สูบเทอร์โบชาร์จ พกพาความแรงระดับ 300 แรงม้า และแรงบิด 393 นิวตัน-เมตร การเปิดตัวในไทยน่าจะเป็นช่วงปลายปีครับ

Toyota
   บอกไว้ ณ ที่นี้เลยว่า ค่ายนี้เป็นหนึ่งในค่ายรถยนต์ที่น่าจับมองที่สุดค่ายหนึ่งเลยว่าก็ได้ครับ เพราะทุกคนต่างจับตามองกระบะคันใหม่ค่ายนี้อย่างเป็นหูเป็นตา หลังจากมีภาพหลุดเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทำให้ทุกคนเริ่มจับตาการเปิดตัวรถใหม่ค่ายสามห่วงเลยละครับท่าน 
    หากมองดูแล้วสำหรับค่าย Toyota ปีนี้น่าจะมีรถโฉมใหม่เปิดตัวแค่รุ่นเดียวก็คือ Corolla Altis ใหม่ แต่ในช่วงครึ่งปีแรกก็ยังมีรถรุ่นใหม่เปิดตัวอีกหลายรุ่น ก็จะมีพวกรุ่นไมเนอร์เชนจ์ รุ่นปรับอุปกรณ์ต่างๆ หรือรุ่นตกแต่งเปิดตัวตามมาครับ ฉะนั้นในครึ่งหลังของปีนี้แม้จะต้องประคับประคองตัวกันซักหน่อย แต่ก็ยังมีความน่าสนใจ และยังมีไฮไลต์เด็ดที่ชาวโลกรอคอยด้วย 
    หลังจากที่ Toyota ประสบความสำเร็จกับ Yaris โฉมใหม่ที่ลดตัวมาแข่งกับ Eco Car 1.2 ลิตรทั้งหลาย ตามธรรมเนียมก็น่าจะมีเวอร์ชั่นตกแต่งพิเศษแบบ TRD นั่นก็คือ Yaris TRD Sportivo ออกมาให้ชาวไทยได้ใช้ ซึ่งก็น่าจะมีจอ DVD ตกแต่งภายนอกและภายในให้ดุดันและสปอร์ตขึ้น ซึ่งน่าจะเอาพื้นฐานตัว J มาทำ คาดว่าน่าจะเปิดตัวภายในช่วงปลายปีนี้ครับ ซึ่งนอกจากนี้ก็ไม่น่ามีอะไรแล้ว หรืออาจจะมีการเปิดตัวเวอร์ชั่นพิเศษหรือรุ่นปรับอุปกรณ์ของรุ่นใดรุ่นหนึ่งก็เป็นได้ 
    แต่ยังไม่จบ เรายังมีอีก 1 ไฮไลต์ที่น่าติดตามและน่าจับตามองเป็นที่สุด และมันก็หนีไม่พ้น All-New Toyota Hilux ที่ทุกท่านรอคอย หลังจากเมื่อปลายเดือน เม.ย. มีคนจับภาพถ่ายกระบะลึกลับทดสอบอยู่บนทางด่วนแห่งหนึ่ง พรางดำมิดทั้งคัน ซึ่งตอนแรกเราก็คิดว่ามันคือ Nissan Navara ใหม่ หลังจากนั้นไม่นานในกลางดึกวันที่ 23 เม.ย. เพื่อนสมาชิกของทางแฟนเพจ Cars New Update ของเรา ได้ส่งภาพกระบะลึกลับอีกคัน ซึ่งคาดว่าเป็น Hilux ใหม่แน่ๆ ทดสอบแถวสระบุรี ซึ่งหลังจากดูองค์ประกอบแล้วมันใช่เลย ทั้งเรื่องแผ่นป้ายแดงที่ฟ้องว่าเคยใช้กับ Yaris ตัวทดสอบมาแล้ว และดูจากองค์ประกอบหลายอย่างเลยฟันธงได้ว่ามันคือ Hilux แน่ๆ หลังจากคืนนั้นไม่นาน ข่าวก็เริ่มกลายเป็นกระแสดังในโลกโซเชียลในทันที และยังมีภาพถ่ายเพิ่มเติม และภาพถ่ายจากที่ต่างๆเพิ่มขึ้น ซึ่งแน่นอนต้องมีคนให้ความสนใจกันมากเพราะคนรอมันมานานมากครับ
      หน้าตาของรถเราพอคาดเดาได้ว่า มันจะมากับหน้าตาแนว Keen Look แนวคล้ายๆ Altis Yaris และ Vios แน่ๆ สัดส่วนตัวรถดูเหมือนจะใหญ่ขึ้นพอสมควร งานนี้ค่าย Toyota เล่นจับเอา Ford Ranger กระบะที่มีองค์ประกอบเยี่ยมที่สุดในบรรดารถกระบะระดับเดียวกัน นำมาเทียบเป็น Benchmark ในครั้งนี้ เท่านั้นยังไม่พอในต่างประเทศ ยังมีการเอา VW Amarok มาเทียบอีกด้วยครับ
   ด้านเครื่องยนต์นั้นเราแอบได้ยินมาว่าจะใช้เครื่องยนต์บล็อกใหม่ที่มีขนาดเล็กลงแน่ๆ ซึ่งก็ได้ยินความจุแตกต่างกัน บางแหล่งก็บอกว่ามีเครื่องดีเซล 2.2 ลิตร และ 2.8 ลิตร หรือไม่ก็ดีเซล 2.3 ลิตร และ 2.8 ลิตร หรืออีกอย่างก็คือเครื่องดีเซล 2.4 ลิตร และ 2.4 ลิตร จะเป็นคู่ไหนกันแน่ต้องรอชมครับ การเปิดตัวนั้นในเมืองไทยคาดการณ์ว่าจะมีขึ้นต้นปีหน้า แต่เราก็แอบลุ้นไม่น้อยว่ามันจะมาปีนี้หรือไม่เพราะรถหลุดมาวิ่งไวเหลือเกิน

   อีกเรื่องคือเรื่องชื่อใหม่ ทุกรุ่นที่ผ่านมาของกระบะ Toyota ตามธรรมเนียมของค่ายจะต้องมีการเปลี่ยนชื่อพ่วงท้ายใหม่เมื่อเปลี่ยนโฉมเสมอเช่น การปฏิวัติจาก Hilux Tiger เป็น Hilux Vigo นั่นเองครับ แน่นอนว่าคันใหม่อาจจะต้องมีการเปลี่ยนชื่อท้าย ซึ่งเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน มีเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งที่ติดตามข่าวรถกับเรา เขามาเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า นั่งรถผ่านแถวๆโรงงานโตโยต้า แล้วเหมือนจะเจอป้ายที่เขียนว่า "Hilux Thunder" ได้ยินแล้ว ทุกคนต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า "มันชื่อกระบ Mazda เก่านี่หว่า" อย่าลืมนะครับว่าตอน Big Minor Change ให้ Vigo ตัวเดิม ยังเอาชื่อ Champ จากมิตซูบิชิมาต่อได้เลยครับ ฉะนั้นก็มีความเป็นไปได้ค่อนข้างมากที่กระบะคันนี้จะมีชื่อว่า "All-New Toyota Hilux Thunder" ยังไงไม่ปลายปีนี้ก็ต้นปีหน้าก็ต้องรอชมครับ

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
    และทั้งหมดนี้ก็คือรถใหม่ที่ผู้เขียนคาดการณ์ไว้ว่า น่าจะเปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ มีทั้งไทยและต่างประเทศรวมกัน และมีเหล่ไปถึงปี 2015 นิดนึงด้วย ซึ่งดูจากแต่ละค่ายมีหลายคันที่น่าสนใจและใครๆก็รอคอยทั้งนั้นครับ ฉะนั้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2014 ทุกคนจับจ่ายใช้สอยกับรถสนุกแน่ๆและยังได้อรรถรสในการติดตามข่าวรถใหม่อีกหลายคันที่ทุกคนรอคอย ขอทิ้งท้ายในย่อหน้านี้อีกทีครับ ข่าวทุกข่าวย่อมไม้จริง 100% ฉะนั้นฟังหูไว้หู อย่าปักใจเชื่อ เพราะข่าวเรื่องรถมักมีการยืดหยุ่นเสมอ ไม่ได้ตายตัวเสมอไป ฉะนั้น เสพข่าวอย่างมีสติด้วยคร้าบ^^...
แนะนำ ติชม แสดงความคิดเห็น และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแฟนเพจ Cars New Update ที่นี่!!
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น