วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2557

วิจารณ์กันให้ถึงใจกับ Suzuki Celerio : เกรงว่า Brio กำลังจะมีเพื่อนแล้ว

  ตลาดอีโคคาร์ช่วงนี้เงียบเหงาครับ เพราะไม่ค่อยมีอะไรมากระตุ้นความน่าสนใจได้ แต่แล้วค่าย Suzuki ที่ขอกระตุ้นตลาดอีโคคาร์ขนาด A-Segment ด้วยการเปิดตัวเจ้าตัวเปี๊ยกคันใหม่ นามว่า Suzuki Celerio โดยได้ทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมานั่นเองครับ

   ซึ่งก่อนหน้านี้ตัวผมก็ได้มีโอกาสสัมผัสเจ้า Suzuki Celerio คันเป็นๆแล้วที่งาน Bangkok Motor Show 2014 ซึ่งตัวผมก็ชอบพอรถคันนี้อยู่พอสมควร ดูจากองค์ประกอบหลายประการ บอกเลยว่ามันดูดีกว่ายี่ห้อเจ้าตลาดที่ใช้แบรนด์ขายอย่าง Honda Brio เยอะเลย คิดว่ามันน่าจะไปได้สวยแน่นอน แต่พอมาถึงวันเปิดตัวของรถวันที่ 29 เดือนพฤษภาคมเท่านั้นแหละ ได้เห็นสเปกและราคาและอีกหลายอย่าง ทำไมมันไม่ค่อยเข้าตาเท่าที่ควร และยิ่งราคาที่ทุกคนได้เห็นได้ฟังแล้ว กระแสที่หลายคนเคยรอคอยกลับกลายเป็นกระแสแอนตี้มากกว่าเดิม ด้วยเหตุหลายประการ 

   แต่ก่อนจะมากล่าวถึงเรื่องตรงนี้ เรามาดูตัวรถกันก่อนดีกว่าครับ หน้าตาของรถนั้นอ้างอิงได้มาจากต้นแบบ A:Wind Concept ที่เคยโชว์ตัวเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่งาน Motor Expo 2013 นั่นเอง วินาทีแรกที่ผมเห็นคอนเซปต์ก็รู้เลยว่ามันต้องเอาคันจริงเนี่ยแหละมาดัดแปลงและแต่งให้เว่อร์ขึ้นและดูล้ำก็ของจริงเท่านั้น ซึงทำให้ผมตามเฝ้ารอหน้าตาของมัน จนมันเปิดตัวที่อินเดียนั่นเอง ซึ่งบอกเลยว่าหน้าตาของรถนั้น ดูเรียบร้อยและเรียบง่ายสไตล์ซูซูกิอยู่แล้ว ทำให้มองแล้วไม่เบื่อและมองได้นาน ดูเล็กกะทัดรัดดี ตัวรถมีสัดส่วนอยู่ที่ความยาว 3,600 มม. กว้าง 1,600 มม. และสูง 1,545 มม. จะว่าไปแล้วมันเล็กจริงๆครับ ดูสัดส่วนรู้เลย โคตรเล็กจริงๆ แต่ภายในก็กว้างใช่เล่นนะครับ

   ด้านล้ออัลลอยมากับขนาดกำลังดี 14 นิ้ว มีให้แค่รุ่นท็อป ในรุ่นท็อปจะมีสเกิร์ตติดตั้งรอบคันด้วย ในรุ่นรองลงมาจะเป็นล้อกระทะพร้อมฝาครอบขนาด 14 นิ้วที่ลายชวนนึกถึง Mitsubishi Mirage ส่วนรุ่นล่างสุดจะมากับล้อกระทะธรรมดา 14 นิ้ว ในรุ่นล่างเนี่ย ดูอินดี้สุดแล้วครับ 555+


   ต่อที่ภายในรถดีกว่า หลังจากที่เคยสัมผัสที่งาน Bangkok Motor Show 2014 ขอบอกว่าภายในทำออกมาได้ค่อนข้างดีพอสมควร การประกอบดี เนี้ยบ วัสดุที่ใช้ไม่ขี้เหร่เหมือน Brio ไม่เห็นร่องรอยของการประกอบไม่สนิท มาตรวัดทรงกลมตัวเลขอ่านค่าง่ายชัดเจน ปุ่มเครื่องเสียงออกแบบได้สวยงามลงตัวใช้ได้เลย แม้ภายนอกจะดูเล็ก แต่ผมบอกเลยว่าไปนั่งแล้วถือว่ากว้างขวางพอสมควร ไม่ว่าจะส่วนเฮดรูมหรือเลครูมก็ตามเถอะ นับว่าภายในรถและการประกอบถือว่าผ่านครับ

   มาพูดถึงเรื่องฟังก์ชันภายในกันดีกว่า ในรุ่นล่างสุด GA เนี่ย แทบจะเป็นรถเปล่าไม่มีอะไรเลย ไม่มีการติดตั้งวิทยุมาให้ แต่ก็ใจดีให้ลำโพงมา 2 ตัว ขยับมาที่รุ่น GL ที่มีวิทยุมาให้พร้อมลำโพง 2 ตัวเช่นกัน ส่วนรุ่น GLX มีลำโพงให้ 4 ตัว คุณภาพเสียงถือว่าใช้ได้จากที่ฟังจากหลายๆที่เค้าว่ามาครับ มาตรวัดรถนั้นสำหรับมาตรวัดรอบเนี่ย บอกเลยว่ามีให้เฉพาะรุ่นท็อปนะครับ แต่รุ่นล่างไม่มีให้ครับ  เช่นกันกับผ้าบุข้างประตูรถที่มีให้แต่รุ่นท็อป เบานั่งด้านหลังของรถคันนี้ก็มีความสามารถพับแบบ 60 : 40 ได้ ซึ่งก็สงวนให้ตัวท็อปอีกตามเคยครับ ยังไงก็ตามฟังก์ชันภายในก็ถือว่าตอบสนองได้ดีพอสมควรแต่รุ่นล่างๆคงต้องไปต่อเติมอะไรซักอย่างจะครบถ้วนดีมากครับ

   พูดถึงเรื่องเครื่องยนต์ เจ้าคันนี้มีเครื่องยนต์ที่เล็กที่สุดในพิกัดอีโคคาร์ เครื่องยนต์ K10B 3 สูบ 12 วาล์ว ขนาด 1.0 ลิตร เน้นน้ำหนักเบาและลดแรงเสียดทานที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพในการเผาไหม้สมบูรณ์แบบ ให้สัมผัสที่นุ่มนวลขณะขับขี่ ที่มากับพละกำลังพอตัวที่ 68 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 90 นิวตัน-เมตรที่ 3,500 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ 2 แบบคือเกียร์ธรรมดา 5 สปีดหรือจะเป็นเกียร์อัตโนมัติ CVT ซึ่งตัวรถขนาดนี้กับแรงเท่ามด ก็น่าจะพอดีกับขนาดตัวแล้วละครับผม ไม่มีอะไรหรอกครับ ซึ่งเครื่องยนต์ตัวนี้จิบน้ำมันแค่ 20 กม./ลิตร ตามโฆษณาของ Suzuki จะมากหรือน้อยกว่านั้น ขึ้นอยู่กับการขับของคุณครับ แต่มีสื่ออย่างหัวไฟทดสอบมาแล้วว่า เจ้าคันนี้คือคันที่มีอัตราสิ้นเปลืองดีสุดในกลุ่ม

   มาดูระบบความปลอดภัยกันบ้างดีกว่า ขอบอกเลยว่าเรื่องระบบความปลอดภัยในรถ ไปนั่งดูตารางมาแล้ว บอกเลยว่ายังจัดไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าที่ควรครับ ไม่สมกับราคารถเลยนะ ในรุ่นท็อปมีให้ครบทั้ง ABS EBD ถุงลมคู่หน้า SRS แต่รุ่นรองลงมา สิ่งที่หายไปคือ ถุงลมด้านผู้โดยสาร และยิ่งในรุ่นล่างสุด ระบบ ABS EBD ไม่มีเลย โดนตัดออกไปอีก ดูเหมือนว่า Suzuki คันนี้ก็ลดต้นทุนใช่ย่อยนะครับ

   สิ่งที่ชาวไทยผิดหวังที่สุดก็คือ "ราคา" นั่นเองครับ รถมันดีทุกอย่างจริงๆ ดันมาตกม้าตายคือเรื่องนี้ครับ Suzuki Celerio มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น GA M/T ราคา 359,000 บาท ตามด้วยรุ่น GL CVT ราคา 439,000 บาท และปิดท้ายด้วยรุ่น GL CVT 488,000 บาท โดย Suzuki บอกว่ามันคือ อีโคคาร์ที่ถูกสุดในไทย ใช่ครับ ถูกสุด แต่ลองดูราคากับสิ่งของที่ได้มาสิครับ แล้วทุกคนจะบอกว่า แพงงงงงงงเว่อร์ จริงๆครับ รุ่นล่างไม่มีวิทยุ ไม่มี ABS EBD ไม่มีถุงลมด้านผู้โดยสาร ราคา 3.59 แสน แม่เจ้า Suzuki ตั้งราคามาได้ยังไง ยิงรุ่น GL CVT ก็แพงอีก 4.39 แสนบาท ของเล่นแทบจะไม่มี และรุ่นท็อป ซึ่งเป็นรุ่นที่มีของเล่นเยอะสุด ราคา 4.88 แสนบาท ซื้ออีโคคาร์ตัวอื่นยังได้มากกว่านี้เลยครับ

   สรุปเลยละกันครับ...Suzuki Celerio เมื่อดูองค์ประกอบในหลายๆด้านไม่ว่าจะหน้าตาหรือภายใน Suzuki สามารถทำตอบโจทย์ลูกค้าได้ค่อนข้างดีเยี่ยม การประกอบดีตามสไตล์ค่ายนี้อยู่แล้ว สิ่งที่ผมชอบคือหน้าตารถที่เรียบง่ายไม่เบื่อตา ตรงๆเลย แรกเห็นเนี่ย ผมเดาว่ามันต้องขายดี และยิ่งได้ยินว่าราคาเขย่าตลาดมือสองแน่ๆ แต่ทุกสิ่งกลับผิดคาด กระแสที่หลายคนเริ่มเมินหน้าหนี เพราะราคาครับ หลายคนคาดหวังตัวเริ่มต้นของ Celerio น่าจะอยู่ที่ประมาณ 2.99 -3.09 แสนบาทเป็นอย่างต่ำ ตัวรองซัก 3.29-3.49 แสนบาท และตัวท็อป 3.59-3.79 แสนบาท แบบนี้ดูจะสมราคากว่าครับ เพราะของที่ให้มากับราคา มันไปกันไม่ได้จริงๆ ซึ่ง Suzuki น่าจะได้รับบทเรียนจากการผิดพลาดครั้งนี้ไม่น้อย เพราะ Suzuki ไม่เคยแล Honda ที่อาศัยบารมีของแบรนด์ขาย Brio แล้วก็แห้วมาแล้ว Celerio ก็เช่นกัน Suzuki คงชื่นใจกับยอด Swift จนมั่นใจสุดฤทธิ์ถึงกล้าตั้งราคาขนาดนี้ อาศัยความเป็น Top Three ขาย แม้ว่าโปรผ่อน 2,222 บาท จะเป็นโปรที่อาจทำให้หลายคนหันมามอง แต่ขอบอกว่าให้ท่านลองไปศึกษา มันมีเงื่อนไขเพียบครับ ฉะนั้นแล้วเนี่ยสิ่งที่ผมกำลังกลัวๆอยู่ว่า อนาคตของ Celerio จะไม่ต่างไม่จาก Brio หรือไม่ ความผิดพลาดครั้งนี้น่าจะเป็นสิ่งที่ Suzuki จำไปอีกนาน

สิ่งที่น่าจะเพิ่มเติมใน Suzuki Celerio
รุ่น GA M/T : เพิ่มถุงลมนิรภัยด้านผู้โดยสารด้วยครับ เดี๋ยวนี้ถุงลมคู่หน้า SRS เขาติดกันแทบทุกรุ่น ติดตั้ง ABS EBD มาให้ด้วยจะดีมาก และที่สำคัญขอราคาลดลงหน่อย
รุ่น GL CVT : เพิ่มถุงลมนิรภัยด้านผู้โดยสาร เหตุผลเดียวกับข้างบน ลดราคาด้วย ถ้ามีเข็มวัดรอบมาหน่อยจะดีมาก
รุ่น GLX CVT : ลดราคาด่วน เพราะ ราคา 488,000 บาท เล่น Suzuki Swift ตัวล่างๆ ผมวาคุ้มกว่าเยอะครับ
  
 แนะนำ ติชม พูดคุย ติดตามข่าวสารรถใหม่ฉับไวก่อนใครกับ Cars New Update ที่นี่!!

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น