วันพุธที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2557

วิจารณ์กันแบบชิลล์ๆกับ Suzuki Swift : อร่อย ครบเครื่องจริงๆ

  หากพูดถึงอีโคคาร์ขายดีในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี้ ก่อนจะเป็นยุคที่ Toyota Yaris มาครองโลกแห่งอีโคคาร์ แน่นอนครับว่าชื่อของอีโคคาร์คันนี้มันต้องฮิตติดหูชาวไทยแน่นอน และต้องไม่มีใครคนไหนที่ไม่รู้จักมัน อีโคคาร์สุดหล่อสุดสวยที่มาวิ่งอยู่บนถนน  เพราะเจ้าอีโคคาร์คันนี้ก็คือ Suzuki Swift นั่นเองครับ
   
   จะว่าไปแล้วก่อนหน้านี้ ก่อนที่ Suzuki Swift โฉมปัจจุบันจะมารับหน้าที่เป็นอีโคคาร์นั้น ในโฉมที่แล้วซึ่งมีการนำเข้ามาขายในไทยเช่นกัน โดยรถรุ่นก่อนนี้มาในรูปแบบรถนำเข้าจากอินโดนีเซีย แน่นอนว่ามันต้องมีป้ายราคาที่แพงกว่าตัวปัจจุบันพอสมควร ด้วยราคา 599,000-649,000 บาท แต่ราคาก็พอฟัดเหวี่ยงกะคู่แข่งได้พอสมควร ถ้าจำไม่ผิดยอดขายเจ้าคันนี้ช่วงนั้นอยู่ประมาณหลัก 500-700 คัน/เดือนโดยประมาณครับ (จำไม่ได้แล้วครับ ตอนนั้นผู้เขียนยังศึกษาเรื่องรถไม่ค่อยมากมาย ถ้าข้อมูลผิดแย้งได้ครับ) 

   ในรุ่นเก่านั้นมีบางคนเรียกมันติดตลกว่ามันเป็น MINI Cooper เวอร์ชั่นประเทศญี่ปุ่น ด้วยลักษณะเสา A ที่ชวนนึกถึง MINI ไม่น้อย บางคนเอามาแต่งแล้วคาดลายธงชาติอังกฤษบนหลังคาเนี่ย มันใช่เลยละครับ

   พอมาถึงโฉมใหม่ ด้วยการแข่งขันในตลาดอีโคคาร์ช่วงปี 2012 กำลังบูม Suzuki เลยตัดสินใจลดฐานะหรือตีตั๋วเด็ก Suzuki Swift ใหม่เป็นอีโคคาร์ในทันที และงานนี้ไม่ธรรมดาครับ เพราะ Suzuki นำเจ้า Swift ใหม่มาประกอบและผลิตในโรงงานใหม่ในไทย ณ ตอนนั้นเลย ดว้ยความที่กลายเป็นอีโคคาร์ ก็ต้องลดขนาดเครื่องยนต์ ราคาก็ลดลงด้วย และตอนนั้นยังมีจุดเด่นที่เป็นอีโคคาร์ที่ตัวถังใหญ่สุดในตลาด (ก่อนที่ Yaris จะมายึดตำแหน่งนี้ในปี 2013) แล้วผลเป็นยังไงเหรอครับ?? เราได้เห็นปรากฏการณ์จองกันข้ามปีกันเลยทีเดียว ด้วยความที่โรงงานผลิตไม่ทัน แบ็คออเดอร์มากมาย ทำให้ต้องรอส่งมอบกันเป็นปีเลยก็มีครับ ฉะนั้นผู้เขียนก็เลยอยากจะมาดูว่า เจ้าคันนี้มันมีความเทพอะไรบ้าง 

    ว่ากันที่หน้าตาก่อนเลย หน้าตาของรถ Suzuki Swift โฉมปัจจุบันนั้น ยังคงกลิ่นอายแบบโฉมเก่าไว้แบบครบถ้วน แต่ว่ามีการปรับเส้นสายตัวรถให้โค้งขึ้นกว่าเดิม สัดส่วนใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เสา A ยังคงคล้ายมินิตามเคย ประตูหลังก็ออกแบบแนวเดิมแต่ปรับให้โค้งขึ้น นั่นแปลว่า วิศวกร Suzuki แกคงว่างครับ แค่ปรับเส้นสายของเก่าให้โค้งขึ้นกว่าเดิม ทำให้มันทันสมัยกว่าเดิม จบ!!! เท่านี้ แต่ขอบอกเลยปรับเท่านี้แต่หน้าตามันดูดีขึ้น มีราศีจับกว่าโฉมเดิมมากขึ้นเลยทีเดียวครับ ด้านท้ายนั้นถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงชัดสุดๆ และก็สวยซะด้วย เส้นสายปะติดปะต่อกันได้ดี ที่เห็นจะถูกใจก็คือ ล้ออัลลอยในรุ่นบนๆที่จัดมาให้ 16 นิ้ว ใหญ่สุดในบรรดาอีโคคาร์ ซึ่งอย่างเก่งบางค่ายก็ 15 นิ้วเองครับ 

    ในช่วงเวลาการเปิดตัว ณ ตอนนั้นในช่วงปลายเดือน มี.ค. 2012 Suzuki ดันพระเอกอย่าง หลุยส์ สก็อต มาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับรถคันนี้ ผู้เขียนยังจำเสียงเพลงประกอบโฆษณาได้อยู่เลยครับ "โว้...ทั้งใจให้เธอคนนี้....." แน่นอนว่าการเปิดตัวตอนนั้นทำให้ผู้เขียนเลิกมอง Mitsubishi Mirage ที่เปิดตัวก่อนหน้านี้เลย

   ว่ากันที่ภายในรถต่อดีกว่า ภายในนั้นถือว่าออกแบบให้สวยงามและน่าใช้เอามากๆครับผม บอกตามตรงเลยการประกอบถือว่าเนี้ยบ และมีคุณภาพเทียบชั้นรถยุโรป อุปกรณ์ต่างๆออกแบบให้ให้งานได้ง่าย แม้จะไม่มีจอสัมผัสหรูเหมือนกับ Mirage ที่เปิดตัวก่อน แต่สำหรับรถอีโคคาร์ ที่จริงก็ไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่ Swift เลยจัดของเล่นมาแบบพอดีๆ หน้าปัดวิทยุออกแบบได้สวยงามน่าใช้และทันสมัย หน้าปัดรถที่จัดตัวเลขแนวเดียวกับ Altis โฉมใหม่เลยครับ อาจจะมองลำบากนิดหน่อย แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาเท่าไหร่นัก ที่เห็นจะชอบคือหัวเกียร์อัตโนมัติที่ทำแบบหุ้มหนังทำให้ผู้เขียนชวนนึกถึงรถยุโรปเลยครับ 

   มาดูที่เครื่องยนต์กันต่อครับ ด้านเครื่องยนต์นั้นได้มีการเปลี่ยนขนาดเครื่องยนต์จากโฉมเก่า 1.5 ลิตร กลายมาเป็นเครื่องเบนซิน K12B 4 สูบ 16 วาล์ว 1.25 ลิตร ให้พละกำลังพอตัว 91 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาทีถือว่าพละกำลังมากสุดในบรรดาอีโคคาร์ แรงบิดสูงสุด 4,800 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีดหรือเกียร์อัตโนมัติ CVT และระบบวาล์วแปรผันทั้งไอดีและไอเสีย ซึ่งให้จังหวะการทำงานที่เหมาะสมที่สุดกับสภาพการขับขี่ ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันและปล่อยมลพิษต่ำ ไม่ว่าจะติดเครื่องทิ้งไว้หรือเร่งเครื่องเต็มที่ก็ตามครับ
    
   ช่วงล่างรถที่มากับช่วงล่างที่แข็งแกร่ง พร้อมฐานล้อคู่หลังกว้างกว่าคู่หน้า ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนมากขึ้น พร้อมเหล็กกันโคลงที่มีความทนทานต่อแรงบิดมากขึ้น ระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบแม็คเฟอร์สัน และระบบกันสะเทือนด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีมพร้อมคอยล์สปริง น้ำหนักเบาลงแต่แกร่งขึ้น ช่วยลดการโคลงของตัวรถ ประสิทธิภาพการขับขี่ด้านอื่นๆ ขับสนุกมากน้อยแค่ไหนคงต้องถามผู้ใช้จริงครับ 


   ในด้านระบบความปลอดภัยไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงอะไรมาก มีมาให้ครบตามมาตรฐานรถระดับนี้ ด้วยระบบป้องกันล้อล็อก ABS ทั้ง 4 ล้อ ป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกระทันหัน ระบบกระจายแรงเบรก EBD ควบคุมด้วยอิเลกทรอนิกส์ ช่วยกระจายแรงเบรกแต่ละล้ออย่างสมดุล เสริมความสามารถในการเบรกให้ดีขึ้น (สองระบบนี้ไม่มีในรุ่นเกียร์ธรรมดาทุกรุ่นครับ) ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer ป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์สตาร์ทติดถ้า Ignition Key ไม่ตรงกับ ID Code ของรถ ระบบสัญญาณกันขโมย จะส่งไฟสัญญาณกระพริบ และแตรรถจะดังทันที ถ้าเปิดประตูหรือทำงานอื่นๆ นอกเหนือระบบ โดยไม่ผ่านการกดสวิตช์ที่รีโมท หรือไม่ผ่านระบบ Keyless Entry พร้อมเข็มขัดนิรภัยและถุงลมนิรภัย SRS ตรงที่นั่งคนขับและที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้า ถือว่าครบครันตามมาตรฐานครับ

   สำหรับราคาของรถนั้นถือว่าตั้งมาสมเหตุสมผล ไม่แพงเกินไปครับ ด้วยราคาที่เริ่มต้นดังนี้ครับ
รุ่น GA M/T มากับล้อกระทะพร้อมฝาครอบ กระจกมองข้างสีดำปรับไฟฟ้า มือจับประตูสีดำ ไม่มีระบบ ABS EBD ราคา 434,000 บาทรุ่น GA CVT ราคา 474,000 บาท,รุ่น GL M/T ราคา 472,000 บาท,รุ่น GL CVT ราคา 512,000 บาท และ รุ่นท็อป GLX CVT ราคา 564,000 บาทครับ

   ขอสรุปเลยละกันครับ ที่ผ่านๆมาคงจะเห็นได้ว่า ผู้เขียนแทบจะไม่ได้ติเตียนอะไรมันเลย และไม่ได้ต่อว่าอะไรเจ้า Suzuki Swift เลยแม้แต่นิดเดียว บอกตามตรงครับรถคันนี้ไม่มีอะไรให้ติจริงๆ เพราะแน่นอนองค์ประกอบตัวรถในรุ่นบนๆนั้นถือว่าครบถ้วน ในรุ่นล่างๆอาจจะขาดๆอะไรนิดหน่อยบ้าง แต่รุ่นบนถือว่าครบเครื่องครับ หน้าตาดี ราคาสมเหตุสมผล ไม่แปลกเลยที่หลายคนยังรักและยอมควักเงินมาซื้อมันครับ ขอบอกเลยว่ามันก็ยังเหมือนอาหารที่อร่อยและครบเครื่องจริงๆ

สิ่งที่อยากเห็นใน Suzuki Swift Minor Change
- รุ่น GA M/T ขอระบบเบรก ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD ด้วยจะดีมาก
- รุ่น GA CVT จัดออปชั่นโอเคแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีวิทยุก็ได้ ขืนเพิ่มของนิดหน่อย มันอาจไปตีกับ GL CVT ก็ได้นะ 
- รุ่น GL M/T  ขอระบบเบรก ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD มันสำคัญและจำเป็นมากนะครับระบบนี้
- รุ่น GL CVT ดีแล้ว ไม่ต้องทำอะไรมากมาย
- รุ่น GLX CVT มันครบสมบูรณ์อยู่แล้ว จะใส่อะไรอีกดีละ จอ DVD ก็ไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่ ไม่ใส่ไม่ว่ากันครับ

แนะนำ ติชม แสดงความคิดเห็น และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแฟนเพจ Cars New Update ที่นี่!!
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น