วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2557

Rainy Season : ดูแลรถยังไงในช่วงหน้าฝน?

   ในช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่เข้าสู่ฤดูฝนกันแล้วนะครับ เป็นฤดูหนึ่งที่ผู้เขียนทั้งชอบและเกลียด ชอบเพราะอากาศเย็นสบาย น่านอน แต่ที่เกลียดก็ตรงเวลาตกหนัก ฟ้าร้องดังๆนี่ละครับ เฉยๆกับฟ้าร้องแต่ก็รำคาญ จะร้องจะตกไปไหน เมื่อไหร่จะหยุดตก แน่นอนในฤดูฝนอันแสนลำบากนี้ ผู้ใช้รถขับขี่บนท้องถนนก็ต้องลำบากกันไม่น้อยครับ 




   ทุกๆปี ต้องมีการเตือนอย่างสม่ำเสมอในช่วงหน้าฝน ซึ่งการขับขี่รถในยามฝนตกหรือฤดูฝนจำต้องระวังเป็นอย่างมาก เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาได้หลายอย่างและทำให้ผู้ใช้รถไม่สามารถใช้ความเร็วได้ตามปรารถนาเลย อันเป็นผลมาจากเส้นทางที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำอันส่งผลให้พื้นผิวการจราจรเกิดการลื่นไถล ส่งผลให้ความสามารถในการควบคุมรถลดลง หรืออาจทำให้เราเสียการทรงตัวได้ง่าย ซึ่งเราก็เห็นกันอยู่บ่อยครั้งว่ามีการเกิดอุบัติเหตุง่ายในช่วงฝนตก ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของตัวรถและความระมัดระวังในการขับขี่ซึ่งสำคัญมากเลย จึงอยากให้ผู้ใช้รถคำนึงถึงเรื่องสมรรถนะของรถที่สามารถใช้งานได้อย่างปกติในช่วงฝนตก ทัศนวิสัยในการมองเห็น และไม่อยู่ในความประมาทระหว่างการขับขี่รถยนต์ด้วยครับ
   หลักๆในส่วนของรถที่เราดูแลเป็นพิเศษก่อนจะเข้าหน้าฝนก็มี ระบบเบรก ช่วงล่าง ยางรถยนต์ ลมยาง ใบปัดน้ำมัน น้ำฉีดกระจก ไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณต่างๆ ทั้งหน้าและหลัง ซึ่งเป็นหน้าที่ของเจ้าของรถอย่างเราที่ต้องดูแลรักษาให้มีประสิทธิภาพดีอยู่เสมอ


   ระบบเบรก สำคัญมากในการขับขี่บนถนนแห้งๆหรือถนนเปียกๆ ระบบต้องมีประสิทธิภาพในการห้ามล้อ และชะลอความเร็วโดยไม่ทำให้รถเสียการทรงตัวขณะเบรก โดยเฉพาะตอนขับบนถนนลื่นหรือที่มีน้ำขัง ผู้ใช้รถควรหมั่นตรวจสอบและสังเกตอาการรถเวลาเบรกว่า รถมีอาการด้านหน้าดึงในทางซ้ายหรือขวา ท้ายเป๋หรือมีแนวโน้มไปทางใดทางหนึ่งหรือไม่ อาการดังกล่าวอาจต้องออกแรงเบรกมากกว่าปกติจึงจะออกอาการพวกนี้ แต่ยังไงถ้าหากเราจะทดสอบเองก็ต้องระมัดระวัง และต้องมีถนนที่กว้างพอ รวมถึงไม่มีรถวิ่งผ่านใกล้ๆ แต่ทางที่ดี ให้ช่างผู้ชำนาญทดสอบจะดีที่สุดครับ ไม่ว่าจะเป็นผ้าเบรก ประสิทธิภาพการเบรกด้วยจะดีมาก

   ช่วงล่าง-มุมล้อต่างๆก็มีผลต่อการทรงตัวของรถ ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงเบรกหรือไม่ ระบบช่วงล่างกันสะเทือนมีอยู่มากมายหลายชิ้น บางชิ้นอาจหมดอายุการทำงานหรือเสื่อมสภาพ เช่น โช้คอัพรั่วหรือเสื่อมสภาพในข้างใดข้างหนึ่ง ส่งผลให้การดูดซับการเต้นขึ้นลงชองรถไม่ดี รถอาจเสียการทรงตัวได้ เมื่อเจอถนนที่ไม่เรียบ เป็นเนิน หลุม พร้อมกับการเบรก ยิ่งถนนเปียกยิ่งทำให้เสียการทรงตัวได้ง่ายเลยทีเดียว

   ดังนั้นระบบช่วงล่างต่างๆไม่ว่าจะเป็น โช้คอัพ ลูกหมาก บุชยางต่างๆ รวมถึงมุมล้อ ควรตรวจสอบให้อยู่ในสภาพปกติ ถ้ามีจุดต่างๆของช่วงล่างมันหลวม มุมล้อที่เคยอยู่ในค่ามาตรฐานจะผิดตามด้วย ส่งผลต่อหน้าสัมผัสของยางกับพื้นถนน ทำให้สมรรถนะในการยึดเกาะถนนไม่ดีพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นข้างใดข้างหนึ่ง และยังส่งผลให้ยางมีการสึกหรอที่ผิดปกติและอายุการใช้งานสั้นลง หากไม่รีบตรวงสอบและแก้ไข


   ยางรถยนต์ที่มีอายุการใช้งาน 3 ปีขึ้นไป เนื้อยางจะเริ่มเสื่อมสภาพลง ความยึดหยุ่นน้อยลง การเกาะถนนก็จะลดตามด้วย เนื่องจากเนื้อยางแข็งไปจนอาจส่งผลต่อการลื่นไถลได้เมื่อมีการเบรกที่แรง ความสูงดอกยางควรมีความสูงไม่ต่ำกว่า 2.5 มม. เป็นอย่างน้อย ซึ่งยังสามารถรีดยางได้ ซึ่งหากดอกยางสูงน้อย ประสิทธิภาพในการรีดน้ำจะลดลงจนทำให้เกิดการโหนน้ำได้ ในกรณีที่วิ่งผ่านถนนที่มีน้ำเจิ่งนอง ทำให้รถเสียการทรงตัว โดยเฉพาะเมื่อวิ่งตอนความเร็วสูง

    การเติมแรงดันลมยางที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม อาจส่งผลให้การยึดเกาะถนนไม่ดี จึงควรเช็คลมยางให้ถูกต้องเสมอ และถ้าเราเติมลมยางถูกก็จะทำให้การรีดน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่เกิดการเหินน้ำด้วย





   ใบปัดน้ำฝนและน้ำฉีดกระจก ควรตรวงสอบให้ดีๆครับ เพราะไม่ได้มีแค่ใช้อย่างเดียว เพราะหน้าฝนทัศนวิสัยสำคัญมากโดยเฉพาะฝนตกหนัก โดยเฉพาะฝนตกหนัก หากระบบปัดน้ำฝนไม่ดี อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ การปัดของใบปัดน้ำฝน จะต้องเรียบสนิท ไม่เป็นลอนคลื่น และไม่มีเสียงดัง หากพบว่ายางปัดน้ำฝนเสื่อมก็เปลี่ยนของใหม่ได้ทันที และควรตรวจสอบการฉีดของน้ำฉีดกระจกด้วย ซึ่งควรฉีดให้ตรงตำแหน่งและมีน้ำเต็มกระปุกเสมอ

   ไฟส่องสว่าง ควรตรวจเช็คให้มีการทำงานครบถ้วน โดยเฉพาะไฟหน้า และไฟต่างๆด้านหลัง ซึ่งหมายถึง ไฟต่ำ ไฟสูงและไฟเบรก ไฟตัดหมอกหน้า หลัง ไฟฉุกเฉิน ไฟเลี้ยว ไฟถอยหลัง ทุกหลอดล้วนสำคัญหมด ความสว่างของไฟหน้าควรและการปรับสูงต่ำของไฟ ควรปรับให้ถูกตำแหน่ง เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้ร่วมใช้รถบนถนนมองเห็นเราชัดเจน หากพบว่าไฟดวงหนึ่งไม่ทำงาน หรือทำงานไม่สมบูรณ์ ก็ควรให้ช่างแก้ไขด่วนครับ

   ทั้งหมดนี้ก็คือ การดูแลรถในช่วงหน้าฝน ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ที่เรากล่าวมา 4-5 อย่างนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย ควรตรวจสอบให้ดี หากมีจุดไหน จุดใดบกพร่อง ก็ควรให้ช่างรีบแก้ไขโดยเร็วที่สุด และที่สำคัญ ในหน้าฝนแบบนี้ ถนนเปียก ก็ควรขับด้วยความระมัดระวังและไม่ประมาทด้วยนะครับ

เรียบเรียงข้อมูลจาก นิตยสาร Autobild ฉบับที่ 213 Vol.10 No.13 ประจำวันที่ 1 ก.ค. 2013
 แนะนำ ติชม พูดคุย ติดตามข่าวสารรถใหม่ฉับไวก่อนใครกับ Cars New Update ที่นี่!!


 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น