วันอังคารที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2557

เปรียบเทียบมวยคู่เดือด ตอนที่ 11 : Toyota Fortuner VS. Isuzu MU-X

  ตลาดรถ PPV ต้องร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อการมาถึงของรถกระบะดัดแปลงที่ชาวไทยรอคอย Isuzu MU-X หลังจากที่มีภาพหลุดกันตั้งแต่กลางปี หลุดมาเรื่อยๆจนถึงช่วงเวลาเปิดตัว ซึ่งก็สร้างความร้อนแรงให้กับค่ายไม่น้อย เนื่องจากคนรอเยอะ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแฟนคลับ Isuzu ส่งผลให้ยอดจอง 10 วันหลังการเปิดตัวทะลุ 5,000 คันกันเลยทีเดียว และในปี 2014 นี้ Isuzu ก็สามารถกลับมาครองตำแหน่งเจ้าตลาด PPV จนได้ หนำซ้ำ Chevrolet Trailblazer พี่น้องฝาแฝดซึ่ง Isuzu ยืมตัวถังเค้ามา ก็ขายดีกว่าแบบไม่แคร์เจ้าของตัวถัง เรียกว่าลูกศิษย์คิดล้างครูได้เลย
   ดังนั้นเราจึงขอนำรถ PPV 2 รุ่นมาเทียบกัน ได้แก่ Toyota Fortuner และ Isuzu MU-X ซึ่งทั้งสองถือเป็นรถ PPV รุ่นสำคัญที่ชาวไทยเลือกซื้อ แน่นอนว่าคนที่กำลังมองหา PPV นั้นจะต้องเล็ง 2 คันนี้เป็นอันดับแรกแน่นอน และแน่นอนว่าคู่นี้มันกัดกันทุกยุคทุกสมัยจริงๆ ดังนั้นเราเลยจับ 2 รุ่นนี้มาเทียบสเปกกันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

รูปร่างหน้าตา
   หากพูดถึงเรื่องความสดใหม่ Isuzu จะได้ส่วนนี้ไปเพราะสดใหม่เปล่งประกายกว่าใครเลย และยังมากับหน้าตาที่ดูหล่อเหลา สมบุกสมบัน สไตล์อีซูซุเค้าอยู่แล้ว เส้นสายตัวรถที่โค้งมนสวยงามดูลงตัวไม่ได้เอามาจากใครอื่นไหนนอกจาก Trailblazer โดยขอยืมตัวถังเค้าและก็มาปรับปรุงใหม่เป็น PPV เหมือนกัน ไม่แปลกเพราะยังไงเจ้า 2 คันนี้มันก็เหมือนแฝดคนละฝาอยู่แล้วและยังอยู่เครือ GM เหมือนกัน ไม่แปลกที่แชร์โครงสร้างรถภายในองค์กร ส่วน Fortuner มากับอายุอานามที่ส่อถึงความแก่เกือบ 10 ปีได้แล้วมั้ง แต่การปรับโฉมเมื่อปี 2012 และ Update อุปกรณ์ภายในแทบจะทุกปี และยังอาศัยบุญเก่า ทำให้มันยังขายได้ และยังติด Top Three มาตลอด หน้าตาของรถนั้นก็ออกแบบมาให้หรูหราคล้ายๆ Land Cruiser เส้นสายตัวรถยังคงดูทันสมัยไม่เบื่อตา รูปร่างรถถือว่าลงตัวและโอเค โดยเฉพาะสีขาวมุกที่หลายคนชอบซื้อกันเยอะ มองแล้วชอบมาก
   ว่ากันเรื่องภายในของรถบ้าง ทางฝั่ง Toyota ถือว่าออกแบบมาค่อนข้างใช้ได้ ยิ่งรุ่นปี 2013 ที่มีการปรับภายในเป็นสีดำ ยิ่งให้อารมณ์แบบรถระดับพรีเมี่ยมเข้าไปใหญ่ การออกแบบถือว่ายังทำได้ดี และยังไม่ตกยุคง่ายๆ และนั่นคงเป็นสาเหตุที่ Toyota "ไม่รีบ" ที่จะเข็นตัว Model Change ออกมา เพราะกว่าจะเปิดตัวก็ปี 2016 โน่นแน่ ระวังโดนค่าย Isuzu กินเยอะกว่านี้นะครับ ส่วนภายในของ Isuzu นั้นก็ไม่มีความแตกต่างจากกระบะมาก เพิ่มเติมลายไม้เข้าไปหน่อย หรูหราขึ้นเป็นกอง ภายในถือว่าออกแบบมาลงตัวอยู่แล้ว ระบบปรับอากาศนั้นให้มาทั้ง 3 แถว ทั้งด้านหน้าด้านหลังเหมือนกันทั้งสองคันเลย แน่นอว่าต้องกระจายความเย็นทั่วห้องโดยสารได้เลย ช่วงนี้ร้อนๆไปนั่งบนรถสบายเลยครับ
ฟังก์ชัน
   ว่ากันต่อเรื่องฟังก์ชันภายในรถ ขอบอกเลยว่าทั้ง 2 นั้น จัดมาให้พอๆกันทั้งคู่เลย ต้องขอชื่นชมทั้ง 2 ค่ายที่ติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบอินโฟเทนเมนต์ครบครัน ผู้ใช้สบายใจเรื่องออปชั่นได้เลย เรื่องลำโพงในรถ อีซูซุจะได้เปรียบนิดนึงเพราะในตัวท็อปและรองท็อปให้มีถึง 8 ตัว ขณะที่ Fortuner มีแค่ 6 ตัว แต่ Isuzu นั้นกลับไม่ติดระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control มาให้ ในขณะ Fortuner ติดมาให้ในรุ่นท็อปและรองท็อป และ PPV รุ่นอื่นๆก็ใส่มาให้แทบจะทุกรุ่น สรุปก็คือ Win-Win แล้วกันนะครับ มาลองเทียบออปชั่นของในรุ่นท็อปทั้ง 2 รุ่นกันครับ Toyota Fortuner 3.0 V 4WD และ Isuzu MU-X 3.0 VGS 4x4

ฟังก์ชัน
Toyota Fortuner 3.0 V A/T 4WD
Isuzu MU-X 3.0 VGS 4x4
มาตรวัดเรืองแสง
แบบ Optitron
แบบ Super Vision
จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID
มี
มี
พวงมาลัยพาวเวอร์ปรับระดับสูง-ต่ำได้
มี
มี
ระบบเครื่องเสียง
2 DIN วิทยุ AM/FM DVD 1 แผ่น พร้อมจอสัมผัสขนาด 6.1 นิ้ว
2 DIN วิทยุ AM/FM DVD 1 แผ่น พร้อมจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว
Cruise Control
มี
-
ช่องเชื่อมต่อ USB AUX
มี
มี
Bluetooth
มี
มี
เสาอากาศ
ติดกับตัวรถ
ครีบฉลาม
ลำโพง
6 ตัว
8 ตัว
ระบบนำทางในรถยนต์
พร้อมรองรับ Smart G-Book
ระบบเพื่อนนำทาง ไอ-จินนี่
ระบบปรับอากาศ
อัตโนมัติ 3 แถว
อัตโนมัติพร้อมสวิตซ์ควบคุมแยกส่วนหน้า-หลัง พร้อมระบบไล่ฝ้า
เซ็นทรัลล็อค
มี
มี
กุญแจรีโมท
มี
มี
ระบบสัญญาณเตือนการโจรกรรม TDS และ Immobilizer
มี
มี
เบาะนั่งแถวที่ 1
ปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทาง เฉพาะด้านผู้ขับขี่
ปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทาง เฉพาะด้านผู้ขับขี่
เบาะนั่งแถวที่ 2
แบบพับได้ 60:40 พร้อมหมอนรองศีรษะ ที่นั่งเลื่อน และปรับเองได้พร้อมที่พักแขน
แบบพับได้ 60:40 พร้อมที่พักแขน
เบาะนั่งแถวที่ 3
แบบแยก 50:50 พร้อมหมอนรองศีรษะ ที่นั่งปรับเอนได้
แบบพับได้ 50 : 50
เครื่องยนต์
    สำหรับเครื่องยนต์ของ Toyota เป็นขุมพลังเดิมที่เพิ่ง Update ใหม่เมื่อ 1-2 ปีมานี้ โดยมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้ถึง 3 ขุมพลังด้วยกัน ได้แก่ เครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร มากับพละกำลัง 144 แรงม้าที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 343 นิวตัน-เมตรที่ 1,600-2,800 รอบ/นาที เครื่องเบนซิน 2.7 ลิตร ให้กำลัง 160 แรงม้าที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 241 นิวตัน-เมตรที่ 3,800 รอบ/นาที และ เครื่องดีเซล 3.0 ลิตร พละกำลัง 171 แรงม้าที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 360 นิวตัน-เมตรที่ 1,400-3,200 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์แบบธรรมดา 5 สปีดและเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ส่วนเครื่องยนต์ของ Isuzu นั้นเหมือนกับขุมพลัง D-Max ทั้งหมด มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 ขุมพลัง ได้แก่ เครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร มากับพละกำลัง 136 แรงม้าที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 320 นิวตัน-เมตรที่ 1,800-2,800 รอบ/นาที ตามด้วยเครื่องดีเซล 3.0 ลิตร ให้พละกำลัง 177 แรงม้าที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 380 นิวตัน-เมตรที่ 1,800-2,800 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีดอย่างเดียวครับ
ระบบความปลอดภัย
   ด้านระบบความปลอดภัยขอบอกว่าไม่แพ้กันเลยเพราะทั้ง 2 ค่ายต่างให้มาพอกันทั้งนั้น ฉะนั้นเราไม่ต้องกล่าวอะไรมาก มาดูการเปรียบเทียบออปชั่นของรุ่นท็อปทั้ง 2 รุ่นเลยครับ

ระบบความปลอดภัย
Toyota Fortuner 3.0 V A/T 4WD
Isuzu MU-X 3.0 VGS 4x4
ระบบเบรก ABS
มี
มี
ระบบกระจายแรงเบรก EBD
มี
มี
ระบบเสริมแรงเบรก BA
มี
มี
ระบบควบคุมการทรงตัว
มี
มี
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี
มี
มี
กล้องมองหลัง
มี
มี
ระบบถุงลมเสริมความปลอดภัยคู่หน้า SRS
มี
มี
เข็มขัดนิรภัยแถวที่ 1
ELR 3 จุด 2 ที่นั่ง แบบปรับระดับได้ พร้อมระบบผ่อนแรง และดึงรั้งกลับอัตโนมัติ
ELR 3 จุดคู่หน้าแบบปรับระดับได้ พร้อมระบบผ่อนแรงและดึงรั้งกลับอัตโนมัติ
เข็มขัดนิรภัยแถวที่ 2
ELR 3 จุด 2 ที่นั่ง + NR 2จุด 1 ที่นั่ง
ELR 3 จุด 3 ตำแหน่ง
เข็มขัดนิรภัยแถวที่ 3
ELR 3 จุด 2 ที่นั่ง
ELR 3 จุด 2 ตำแหน่ง
แผงไล่ฝ้าที่กระจกหลัง
มี
มี
กระจกไฟฟ้าป้องกันการหนึบด้านผู้ขับขี่
มี
มี
ราคา

   มาดูที่ราคากันบ้างดีกว่า Toyota Fortuner นั้นมีรุ่นย่อยให้เลือก 5 รุ่นย่อยด้วยกัน เริ่มที่รุ่น 2.5 G M/T ราคา 1,104,000 บาท,รุ่น 2.5 V A/T ราคา 1,209,000 บาท,รุ่น 2.7 V A/T ราคา 1,268,000 บาท,รุ่น 3.0 V A/T ราคา 1,376,000 บาท และ รุ่น 3.0 V A/T 4X4 ราคา 1,451,000 บาท
   ส่วน Isuzu MU-X นั้นมากับราคาที่ถือว่าถูกกว่ากันหลายตังค์เลยทีเดียว ซึ่งเราก็แปลกใจว่ารถที่กำลังจะตกรุ่นอย่าง Fortuner ทำไมมันแพงกว่า โดย MU-X มีให้เลือก 4 รุ่น ได้แก่ รุ่น 2.5 VGS CD ราคา 1,014,000 บาท,รุ่น 2.5 VGS DVD ราคา 1,189,000 บาท,รุ่น 3.0 VGS DVD Navi ราคา 1,289,000 บาท และ รุ่น 3.0 VGS DVD Navi 4x4 ราคา 1,401,000 บาทครับ
สรุป...
   Toyota Fortuner และ Isuzu MU-X ทั้งสองคันนี้ต่างกันรถอเนกประสงค์ PPV ที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆ สำหรับโตโยต้านั้นก็อยู่ในรูปโฉมตัวถังเดิมมากว่า 10 ปีแล้ว แต่ยังดีที่มีการยกหน้าใหม่เมื่อปี 2011 และปรับปรุงอุปกรณ์รถแทบจะทุกปี ทำให้รุ่นนี้น่าจะเป็นรุ่นที่ของครบครันที่สมบูรณ์แบบที่สุดเลยก็ว่าได้ แม้ว่าราคาจะแพงไปหน่อยก็ตาม ส่วน Isuzu MU-X นั้นถือว่าเป็นของใหม่ที่มาแรงแซงทางโค้งทุกค่าย หลังจากที่หลายคนรอคอยการเปลี่ยนโฉมมานาน ซึ่งฐานแฟนคลับของอีวูซุก็มากพอสมควร ด้วยความสดใหม่ บวกกับราคาที่สมเหตุสมผลทำให้ยอดขายพุ่งกระฉูดจนไต่ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 รถ PPV ในปีนี้ได้ ซึ่งอันที่จริงก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ของใหม่ต้องมาแรง ยิ่งเป็น Isuzu ด้วยก็ยิ่งแรงแซงทางโค้งเลย ซึ่งทั้งสองต่างก็มีครบบ้างและก็ขาดบ้างในแต่ละรุ่น ซึ่งดูแล้วก็เท่าๆกันเลย แต่ที่น่าแปลกคือทำไม Fortuner มันแพงจัง บวกกับอายุอานามที่มาก ดังนั้นผู้ชนะคราวนี้คงต้องตกไปอยู่กับ Isuzu MU-X ด้วยเรื่องความใหม่และราคาที่โอเคครับ ส่วนเรื่องออปชั่นภายในนั้น Win-Win
แนะนำ ติชม แสดงความคิดเห็น และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแฟนเพจ Cars New Update ที่นี่!!

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น