วันศุกร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2557

วิจารณ์และทำความรู้จักกับ Honda Brio 2013 : เมื่อค่ายรถอย่าง Honda ได้กินแห้ว

  บางครั้งค่ายรถใหญ่ๆดีๆ ก็สามารถกินแก้วได้เหมือนกัน ใช่ว่าค่ายรถอันดับต้นๆของโลกจะทำรถที่ดีออกมาแล้วขายได้ดีเสมอไป นี่คือสิ่งที่มันกำลังเกิดขึ้นกับค่าย Honda ครับ ค่ายที่ได้ชื่อว่า ทำรถสวยๆ ดีๆ ออกมาขาย อย่าง City โฉมใหม่ หรือไม่ก็ CR-V ที่โดนใจผู้เขียนสุดๆ แต่มีอยู่คันหนึ่งที่ต้องถือว่าเป็นความผิดพลาดที่ร้ายแรงหรือความตั้งใจที่จะของที่เรียกว่า....ออกขายสู่ท้องตลาด (จุดๆ เติมเองนะครับ) ซึ่งรถที่ผมจะกล่าวถึงก็ไม่ใช่รุ่นไหน มันก็คือ Honda Brio นั่นเองครับ
   จะว่าไปแล้ว Honda ก็ไม่เคยทำให้เราผิดหวังกับรถที่ตนเปิดตัวมาแทบจะทุกรุ่น โดยเฉพาะ Accord City หรือ CR-V ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ครบครันจริงๆ แต่สำหรับ Brio คันนี้ที่หลายๆฝ่าย รวมถึงผู้เขียนคาดการณ์ว่ามันต้องไปได้สวยแน่ๆ แปะตรา Honda เสียอย่าง ขายได้อยู่แล้ว แต่ทุกอย่างกลับตาลปัตร ต่อให้คู่แข่งหน้าใหม่มาประชันหน้ากับมัน มันจำต้องถอยทัพกลับไปทุกครั้ง ซึ่งผู้เขียนก็อยากรู้เหมือนกันว่าทาง Honda แกตั้งใจทำออกมาขายในเมืองไทยหรือเปล่า เอาละครับ เราจะมาตำหนิติเตียนถึงจุดดีจุดเสียของมันครับว่ามันมีดีมีแย่อะไรบ้าง
  มาเริ่มกันที่หน้าตาของรถกัน...หน้าตาของรถนั้นก็ถือว่าทำออกดูดีอยู่เหมือนกัน เมื่อเทียบกับตัวต้นแบบที่โชว์ตัวในบ้านเราเมื่อปี 2554 คันต้นแบบดูดีกว่ามากๆ ซึ่งดูเหมือนว่า Honda จะทำรถรุ่นนี้เอาใจชาวอินเดียเสียมากกว่า เพราะ พวกอินตะระเดียแกนิยมรถเล็กกันมากๆ หน้าตาแบบนี้น่าจะถูกใจอาบังหลายคนเลยทีเดียวนะนายจ๋า จะว่าไปแล้วเมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่นในตลาด รวมถึง Nissan March ที่เริ่มเปิดตัวอีโคคาร์ก่อนใครเพื่อน Honda Brio น่าจะเป็นตัวเลือกท้ายๆของใครหลายคนเลย ต้องเป็นคนที่มีใจรักมันจริงๆ ถึงชอบมัน พวกเค้าต้องเป็นติ่งฮอนด้าแน่ๆ ตัวรถดูเล็กน่ารักน่าเอ็นดูดี แต่หน้าตายังสู้ใครเขาไม่ได้ เส้นสายดูรถดูเชยไปหน่อยเมื่อเทียบกับคู่แข่งอื่นๆ โดยเฉพาะด้านท้ายที่ยิ่งเป็นมหากาพย์แห่งความเห่ยกันเลยทีเดียว ซึ่งทำให้เราทราบเลยว่าทำไมมันขายไม่ค่อยออก เพราะมัน"ไม่มีที่ปัดน้ำฝนหลัง" ซึ่งเป็นความเลวร้ายสุดๆ ภายหลังเมื่อปี 2556 ก็ทำการติดที่ปัดน้ำฝนเรียบร้อย แต่ผมว่ามันกลับทำให้แย่ลงด้วยการเอาแผงด้านท้ายมาติด ยิ่งทำให้รถมันแย่เข้าไปใหญ่ งานนี้ขอบอกว่า...แล้วแต่ความชอบครับ แต่ผู้เขียน บายละ
   มาส่องกันที่ภายในกันบ้าง คอนโซลหน้าที่ออกแบบมาดูดีพอสมควร มากับวิทยุ 2Din ธรรมดา ที่มัน"เล่น CD ไม่ได้" ซึ่งคงจะต้องหาแฟลชไดรฟ์โหลดเพลงใส่แล้วเสียบฟังแทน ไม่ก็เสียบฟังผ่านโทรศัพท์ ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร ในรุ่นปรับปรุงปี 2556 ได้ออกรุ่นพิเศษ V Limited ที่ Honda บอกว่าผลิตจำนวนจำกัด ที่ได้เพิ่มจอสัมผัส 7 นิ้ว พร้อมระบบนำทาง Navigator ดูดีแต่เล่น CD DVD ไม่ได้ มันหมายความว่าไงกันครับ แต่ยังดี ยังมีระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านไว-ไฟ มี Bluetooth ก็พอดูดีขึ้นมาอีกนิด ความเลวร้ายของรถอยู่ที่การ"ลดต้นทุน"แบบสุดซอยของ Honda โดยเฉพาะรุ่นแรกๆ เนี่ย แผงข้างประตู แทบจะเปลือยเห็นเหล็กกันเลยทีเดียว และกระจกหลังที่ทำเป็นสีดำแทนที่จะเป็นเหล็ก ก็น่าจะเป็นการลดต้นทุนอีกอย่างหนึ่ง แล้วอีกอย่างหนึ่งในด้านฝาท้ายรถที่มีเสาค้ำยันข้างเดียว แต่อีกข้างเป็นสปริง หลังจากที่เพ่งพินิจดูแล้ว ค่าย Toyota เค้าเป็นจอมลดต้นทุนแล้ว เจอ Brio เข้าไป Toyota หล่อขึ้นมาทันที...
    มาที่เครื่องยนต์กันดีกว่า เครื่องยนต์เบนซินพิกัด 1.2 ลิตร พกพาพละกำลังพอตัวที่ 90 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงกว่าค่ายอื่นๆหลายค่าย (ยกเว้น Swift 91 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 110 นิวตัน-เมตรที่ 4,800 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ 2 แบบ ได้แก่ เกียร์ธรรมดาแบบซิมโครเมท 5 สปีด และ เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ด้วยความที่มีขนาดตัวเล็ก ทำให้มีรัศมีวงเลี้ยบแคบสุดแค่ 4.5 เมตร และยังเป็นรถคันหนึ่งที่หลายคนบอกว่ามันขับสนุกด้วย และเครื่องตัวนี้แน่นอนว่าต้องบำรุงรักษาง่ายตามสไตล์ฮอนด้า ด้วยความที่เป็นรถของ Honda เสียอย่าง
   มาลองดูที่ระบบความปลอดภัยกันบ้าง ซึ่งทาง Honda ก็ใส่ใจอย่างดี ทุกรุ่นมากับถุงลมคู่หน้า SRS ระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD เข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมติ ระบบกุญแจนิรภัย Immoblizer ระบบสัญญาณกันขโมย (รุ่น V ขึ้นไป) ล็อกกันเด็กประตูหลัง กุญแจแบบ Wave Key และ ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED
   จบแล้วก็ไปต่อกันที่ราคาครับ ซึ่งราคาตอนที่เปิดตัวใหม่ๆ ที่สร้างความฮือฮาด้วยราคาที่ไม่เกิน 4 แสนในรุ่นเริ่มต้น ราคา 399,900 บาท (แต่ก็ไม่เท่า March ที่เปิดมา 380,000 บาท Honda เพิ่ม 100 เดียวก็ 4 แสนละ) และรถคันนี้ก็ผ่านการปรุงแต่งให้ดีขึ้น(เล็กน้อย)มาหลายครั้ง แผงประตูลดต้นทุนก็ปรับปรุงเรียบร้อย และอีกหลายอย่าง โดยราคาเริ่มต้นตอนนี้อยู่ที่ 436,500 บาท ในรุ่น S M/T,รุ่น S A/T ราคา 475,500 บาท,รุ่น V M/T ราคา 472,500 บาท,รุ่น V A/T ราคา 511,500 บาท และรุ่น V Limited A/T ราคา 533,500 บาท ซึ่งหากมองดูราคาแล้ว ดูเหมือนถูกแต่ที่จริงมันก็แพง ดูยังไงมันก็ดูไม่ค่อยจะสมราคาเท่าไหร่ เพราะ ออปชั่นดูน้อยเกินไปกว่าชาวบ้านเขา แม้ค่ายอื่นๆจะทำราคารถอีโคคาร์แพงกว่ามัน แต่มันยังดูสมเหตุสมผลเพราะของครบ แต่ไม่ใช่สำหรับค่ายนี้กับ Honda Brio ที่ใครๆหลายคนบอกว่าทาง Honda ลดต้นทุนกับมันมากแค่ไหน แต่สำหรับแฟนๆ Honda Brio คงไม่ถือกับมันหรอกมั้งครับผมว่า
   สรุป...หากเราไม่ถือสาอะไรมันเลย เราก็ขอบอกได้ว่า Honda Brio เป็นรถเล็กน่ารักที่น่าใช้คันหนึ่ง เหมาะกับขับซอกแซกในเมือง ขับคล่องตัวดี ช่วงล่างไว้ใจได้ตามสไตล์รถตลาด ซึ่งฟังแล้วดูจะไปได้สวย ที่จริงอะนะรถรุ่นนี้มันดูน่าสงสารมาก มันเกิดมาพร้อมเคราะห์กรรมตามตัวหลายอย่าง เปิดตัวใหม่ๆ ญี่ปุ่นเจอเหตุสึนามิ ส่งผลกระทบมาถึงเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสี เรื่องวัสดุทั้งหลาย ผ่านมาประมาณ 6 เดือนหลังการเปิดตัว Honda Brio ผลิตเต็มที่ เตรียมส่งมอบลูกค้า ต้องมาเจอมหาอุทกภัย น้ำท่วมจมรถพังนับร้อยนับพัน พูดง่ายๆว่า 1 ปี Brio แทบไม่ได้เขยื้อนอะไรเลย บวกกับหน้าตาของมันที่ดูเหมือนว่าจะขี้เหร่ที่สุดในตลาดเมืองไทย และถือเป็นรถคันหนึ่งที่ลดต้นทุนมากเพื่อเข้าโครงการให้ได้ ซึ่งตอนที่ Honda ได้รับโจทย์ทำ Eco Car ถือเป็นโจทย์ยากที่ต้องทำเพื่อเอาใจคนไทย (รวมถึงตลาดอินเดียที่มีแต่รถเล็กขี้เหร่ๆในตลาดด้วย) ด้วยความที่ Honda ทำรถเล็กแนวนี้ไม่ค่อยเป็น (ยกเว้นรถเค-คาร์ของญี่ปุ่น) มันเลยออกมาดูไม่สมประกอบเท่าไหร่ ถือเป็นความผิดพลาดที่เลวร้ายของ Honda เลย ซึ่งผู้ซื้อส่วนใหญ่ก็ซื้อเอามาแต่งซึ่งก็แต่งเข้าตาหลายคันอยู่ ผมอยากรู้เหมือนกันว่า Honda จะเอายังไงกับมัน ยังไงก็มาดูรุ่น Minor Change ที่อาจจะเติมเต็มสิ่งดีๆใหม่ๆ และอาจมากับหน้าตาที่ดีกว่านี้ก็ได้ แต่สรุปคือ ผู้เขียนก็ยังไม่ชอบมันอยู่ดี มีหลายอย่างที่ดีในรถคันนี้ ยกเว้นหน้าตา นี่หละครับ เมื่อค่ายรถอย่าง Honda ได้กินแห้วกับเขาบ้าง สุดท้ายนี้ก็ขอโทษสำหรับใครที่ใช้ Brio ที่บ่นว่ารถไม่ได้งั้นงี้ด้วย ซึ่งผมแค่แสดงทัศนคติ มาวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับตัวรถครับ อย่าโกรธกันน้า...
แนะนำ ติชม แสดงความคิดเห็น และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแฟนเพจ Cars New Update ที่นี่!!

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น